FIFA 2018 สุดยอดเกมส์ เพียงแค่ได้ยินชื่อ FIFA ทุกคนต้อง ร้อง….โอ้ เป็นเสียงเดียวกัน !!!

จากวันนี้ก็ผ่านไปปีนึงแล้วที่เราสนุกสนานกับ FIFA17 หรือ PES 2017 (แล้วแต่คนเล่น) ส่วนปีนี้ศึกสงครามระหว่างเกมบอล 2 เกมนี้ก็ยังเป็นเรื่องชวนดราม่าบนโลกโซเชียลอีกเช่นเดิม และก็คงเป็นประเด็นที่นังถูกพูดถึงไปอีกนานด้วย

แต่สำหรับแฟนบอลฮาร์ดคอร์แล้ว บางปัจจัยอาจจะเป็นตัวชี้ขาดว่าจะซื้อเกมไหนดี แต่ด้วยหลายๆมุมมองแล้วดูเหมือนว่า “FIFA 18” จะยังครองบัลลังก์เกมบอลที่ดีที่สุดของปีนี้ ถึงแม้จะมีข้อเสียที่ยังด้อยกว่า PES ก็ตาม ยังไงก็ลองอ่านบทความของเราที่เปรียบเทียบระหว่าง FIFA 18 และ PES 2018

รายละเอียดทั่วไป

ถ้าพูดถึงภาคก่อนแล้วมีหลายๆอย่างที่เราชื่นชอบใน FIFA 17 โดยเฉพาะการอัพเดทตัวผู้เล่นแบบเกือบจะ Realtime หรือจะเป็นลิขสิทธิ์ชื่อสโมสรและผู้เล่นเหมือนจริงก็ยังคงเดิมไว้ใน ข้อปฏิบัตใน FIFA55 2018 แต่แน่นอนว่าทาง EA Sports ก็ไม่ได้นิ่งเฉยระหว่าง 1 ปีที่ผ่านมา ทีมงานได้พัฒนาจากสิ่งที่เค้าดีอยู่แล้วได้มีการพัฒนารายละเอียดหลายๆอย่างให้ดีขึ้นไปอีก ยังไงแล้วจุดนี้คือสิ่งที่ FIFA ทำได้ดีกว่าทาง PES อยู่เสมอ

โหมด The Journey

สำหรับภาคนี้ก็ได้สานต่อจากภาคที่แล้ว โดยเราได้ช่วยให้นักเตะดาวรุ่งหน้าใหม่ “Alex Hunter” ไต่ขึ้นมาตามลีกต่างๆจนได้เข้าสโมสรที่ตัวเองหวังไว้ (สโมสรที่เราเลือกไว้) กลับมาในภาคนี้เนื้อเรื่องจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ โดยคราวนี้ Alex Hunter ใฝ่ผันที่จะได้ไปแข่งระดับโลก ตั้งแต่เริ่มเรื่องมาเราก็ได้กระทบไหล่กับยอดนักเตะอย่าง Cristiano Ronaldo หรือนั่งพูดคุยกับ Rio Ferdinand ด้วย ซึ่งจุดนี้ก็ได้เพิ่มความเข้มข้นจากภาคที่แล้วเมื่อเราได้มีโอกาสในการแข่งขันกับสโมสรระดับโลก

เริ่มต้น The Journey จะมีให้เลือกสโมสร

การดำเนินเนื้อเรื่องของ Alex Hunter ก็ถือว่าค่อนข้างดี เพราะหลายๆครั้งที่ผมมีอารมณ์ร่วมกับไอ้หนูนี่จนอยากให้มันได้ดิบได้ดีซะจริงๆ และสิ่งที่ยังอยู่คือระหว่างเล่นสามารถเลือกควบคุมตัว Alex Hunter คนเดียว หรือจะบังคับแบบทั้งทีมก็ได้ แต่ที่เพิ่มมาในภาคนี้คือหากเรามีเพื่อนมาเล่นด้วย เพื่อนเราจะสามารถเล่น Co-Op ในเนื้อเรื่องได้ด้วย แถมยังให้เพื่อนเข้ามาช่วยเล่นกับเราได้มากถึง 3 คนอีกต่างหาก!!

มี feature เล็กๆน้อยที่เพิ่มขึ้นมาคือ skill tree ที่คล้ายกับเกม RPG และมี objective ต่างๆที่ต้องทำเพื่อ unlock skill พิเศษ นอกจากนั้นก็มีเรื่อง character customization อย่างเช่นการเปลี่ยนชุด หรือทรงผม ก็ทำให้รู้สึกว่าเรามีส่วนร่วมกับตัวละครดี (และคงเป็นอีกแนวทางที่ EA หาเงินสปอนเซอร์)

ระบบเพิ่ม skill เหมือนเกม RPG !!

ส่วนเนื้อเรื่องนั้นฉาก Cutscene หลายๆครั้งผมรู้สึกว่า Dialogue เลือกได้ค่อนข้างจำกัด และหลายครั้งรู้สึกว่าการตัดสินใจของเราไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตของตัว Alex Hunter เลย ทำให้เกิดรู้สึกว่าเราเป็นเพียงแค่ “คนดู” เท่านั้น แทนที่จะรู้สึกว่าเรามีส่วนร่วมในความสำเร็จหรือความล้มเหลวในชีวิตนักเตะของเจ้าหนูคนนี้

แต่สุดท้ายแล้ว The Journey เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆที่เกมบอลอื่นๆไม่เคยทำมาก่อน (ซึ่งเริ่มมาจากภาคที่แล้ว FIFA 17) ซึ่งผ่านไปหนึ่งปีแล้วก็จริง แต่ทาง PES ก็ยังไม่หาอะไรมาตอบโจทย์ให้กับผู้เล่นได้เหมือนกับที่ The Journey ให้ได้ คืออย่างน้อยก็ลองทำโหมดเนื้อเรื่องมาแข่งกับ FIFA สักหน่อยอะไรก็ว่ากันไป

Gameplay

ระบบการเล่นของ FIFA 18 ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นจากภาคที่แล้ว สิ่งที่ผมสังเกตเห็นที่แตกต่างจากภาคเก่าก็จะคือรู้สึกที่เกมช้าลงนิดนึง (ผู้เล่นวิ่งช้าลง ลูกบอลวิ่งช้าลง) ซึ่งทำให้รู้สึกถึงความสมจริงมากขึ้น ถ้าเทียบกับ PES แล้ว เรารู้สึกได้ว่า FIFA ยังให้ความรู้สึกของเกม “Arcade”

FIFA 18 คือ Bernabeu

EA ได้ยืนยันว่าทีมงานได้รื้อโค้ดของ FIFA 17 ทิ้งและเริ่มสร้างใหม่โดยปรับปรุงในเรื่องการขยับตัวของผู้เล่นให้มี อนิเมชั่นที่ลื่นไหลขึ้น สามารถพลิกแพลงได้กลางท่า และปรับปรุงกลยุทธ์ของ AI ของแต่ละทีมให้แตกต่างไป อย่างเช่น Chelsea จะชอบเล่นลูกขึ้นปีก หรือผู้เล่นดังๆแต่ละคนจะมาในสไตล์การเล่นที่แตกต่างออกไป อย่างเช่น Messi ที่ชอบเลี้ยงลูกเข้าเขตโทษ เป็นต้น

แต่สิ่งที่ผมไม่ชอบในเกม FIFA (ถ้าเทียบกับ PES) ก็คือ “ระบบ AI และระบบ Gameplay” ที่ทีมงานทำให้บุกง่ายขึ้น ยิงลูกเข้าประตูง่าย (ยิงโครตแรง!) ภาคนี้ขนาดยิงลูกจากนอกเขตโทษก็เข้ากันได้ง่ายๆ ผลที่ตามมาก็ทำให้ “การป้องกันประตู” ทำได้ยากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เกมขาดความสมดุลและไม่สมจริง เพราะผู้เล่นบางคนที่มี “กลยุทธ์ใช้เกมรับ” เป็นหลัก อาจจะรู้สึกว่ามันไม่แฟร์เมื่อแนวโน้มของเกมเกมบังคับให้ผู้เล่นเน้นไปที่เกมรุก ซึ่งตอนแรกนึกว่ารู้สึกไปเอง แต่พออ่านความเห็นจากที่อื่นๆแล้ว ก็เห็นว่ามีคนคิดเหมือนนี้เหมือนกัน

 

 

 

พัฒนาการของเกมส์ฟุตบอล สุดฮิตFIFA ในวัยเด็ก

กีฬาที่เป็นที่รู้จักและนิยมไปทั่วโลกคงหน้ไม้พ้นกีฬาฟุตบอล Football หรือที่พวกคนอเมริกันเรียกว่า Soccer สุดยอดกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติที่ใครๆก็ชื่นชอบมาตั้งแต่สมัยอดีตยุคสงครามโลกก็ว่าได้ และได้รับความนิยมเรื่อยมาจนเรียกได้ว่าฟุตบอลเป็นกีฬาที่คนชอบที่สุดใน

โลก ด้วยเหตุนี้ในบรรดาเกมส์เกี่ยวกับกีฬาทั้งหมด เกมส์ฟุตบอลเป็นเกมส์กีฬาที่ทำออกมาบ่อยที่สุด มากที่สุดและทำรายได้มากที่สุดด้วย ช่วยให้เงินหมุนเวียนในวงการฟุตบอลระดับหนึ่งเลย และกว่าจะมาเป็นเกมส์ฟุตบอลที่มีระบบการเล่นสมจริง ใบหน้านักเตะเหมือนจริงได้อย่าง

fifa55 PES ทุกวันนี้ เมื่อก่อนเราก็ยังทนเล่นเกมส์ฟุตบอลง้องแง้ง ภาพงั้นๆ ตัวนักเตะไม่สมจริงกันได้ แล้วเกมส์ฟุตบอลในอดีตที่เราเคยเล่นกันมามีอะไรบ้าง ยังจำกันได้อยู่หรือเปล่า งั้นเราลองมาระลึกความหลังกันหน่อยไหม อยากดูแล้วสิ ไปกันเลย

ยุค Super Famicom

เป็นยุคเริ่มเฟื่องฟูของวงการเกมส์ฟุตบอลเลยก็ว่าได้ในเครื่อง Super Famicom เกมส์ฟุตบอลเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น หลังจากมีการแข่งขันฟุตบอลโลก US 94 บรรดาค่ายเกมส์ญี่ปุ่นหันมาสนใจสร้างเกมส์ฟุตบอลที่เน้นระบบสมจริง และชื่อนักเตะจากนักเตะระดับโลกจริงๆ

ใครที่เคยเล่นเกมส์ฟุตบอลเครื่อง Super Famicom คงไม่มีใครไม่รู้จัก International Superstar Soccer หรือในชื่อญี่ปุ่นว่า World Soccer Perfect Eleven จาก Konami ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของ Winning Eleven ในปัจจุบัน และเกมส์ฟุตบอลที่ฮิตกันก่อนหน้าที่ Perfect Eleven จะมาก็มีพวก J-League Excite Stage

fifa55

ยุค PlayStation

เป็นยุคทองของเกมส์ฟุตบอลเลยก็ว่าได้ ผมจำได้เลยว่าสมัยนั้นร้านเกมส์ยังใช้เช่าเล่นเครื่อง PlayStation อยู่ ยังไม่มีร้าน Internet Cafe มากนัก เนื่องจากเกมส์ออนไลน์ยังไม่บูม และ

ร้านเกมส์ทุกร้าน เราจะเห็นมีแต่คนเล่น Winning Eleven กันแทบทุกเครื่อง แต่บางคนอาจจะคุ้นกับ Winning Eleven ภาคอังกฤษอย่าง Goal Storm และต่อมาก็กลายเป็น France 98 หรือ International Superstar Soccer PRO’98 กันมากกว่า ซึ่งมีจุดเด่นที่ปกรูป คาร์ลอส วัลเดอร์ราม่า

ยุค PlayStation 2

เริ่มเข้าสู่ยุคตกต่ำของเกมส์ฟุตบอลจาก Konami เพราะมีการปรับเปลี่ยนระบบการเล่นพอสมควรจนเล่นยาก ช่วงแรกๆคนยังนิยมเล่น Winning ของ PS1 อยู่ เพราะเล่นง่ายกว่า ประจวบกับเกมส์ออนไลน์เริ่มบูม คนจึงเลิกเล่นเกมส์ฟุตบอลและหนีไปเล่นเกมส์ออนไลน์กันเยอะ ทำให้

เหลือคนเล่นเกมส์ฟุตบอลน้อยลงมาก แถมทาง FIFA คู่แข่งก็เริ่มพัฒนาระบบการเล่นของตนมาแข่งกับ PES ของ Konami แถมยังมีภาษีดีกว่าที่ลิขสิทธิ์ทีมต่างๆเป็นของจริง ก็เลยทำให้ฐานคนเล่นของ PES น้อยลงกว่า FIFA มาจนถึงในปัจจุบัน