ความนิยมชมชอบของกีฬาปีนป่ายหน้าผา Rock climbing รวมทั้งฐานรากก่อนจะเริ่มเล่นกีฬานี้

กีฬาปีนป่ายหน้าผา Rock climbing

ในสมัยที่มีกระแสของการรักสุขภาพเริ่มมากยิ่งขึ้นเรื่อยทั้งยังการบริหารร่างกายก็มีมากมายก่ายกองหลายแบบอย่างหลายชนิดซึ่งก็สามารถอ่อนที่จะเล่นได้ตามที่ใจต้องการซึ่งทางw88จะมานำเสนอเรื่งของกีฬาชนิดนี้มีความน่าสนใจอย่างไร เพราะมีผู้คนจำนวนมากที่บางครั้งก็อาจจะเบื่อการบริหารร่างกายแบบเดิมที่ปราศจากความตื่นเต้นความท้า เลยมีความรู้สึกว่าจะหันมาทดลองการบริหารร่างกายด้วยแนวทางใหม่ๆดูบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการ

เต้นเพื่อสุขภาพ และก็ต่างๆอีกเยอะมาก แต่ว่าวันนี้พวกเราจะมาเสนอแนะกีฬาที่จะทำให้ท่านรู้สึกต้องการจะทดลองดูสัคครั้ง พวกเรามาทำความรู้จักกับ กีฬาปีนป่ายเขาหิน Rock climbing กันดีกว่าว่าจะคืออะไรและก็กรรมวิธีข้อควรจะทราบก่อนจะเริ่มเล่นกีฬาชนิดนี้
ความชื่นชอบสำหรับในการเล่นกีฬาไต่เขาหินนั้นมีมานานแล้วใน ต่างชาติและก็ในประเทศไทย

พวกเรานั้นก็เป็นที่ชื่นชอบเหมือนกัน ซึ่งการปีหน้าผานั้นก็จะมีมากมายแบบอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการไต่เขาหินแบบจำลองหรือ ปีนป่ายหน้าผาจริงๆก็มีสถานที่เยอะแยะในประเทศไทยที่พวกเราสามารถไปปีนป่ายเขาหินได้
Rock Climbing หรือ กีฬาไต่เขาหิน เป็นยังไง

Rock climbing เป็นการปีนผาจริง หรือผาเลียนแบบ ตามแนวไม่ว่าจะเป็นแถวสูง หรือแนวขวาง โดยมีเป้าหมายเป็นการขึ้นสู่จุดสุดยอดที่ระบุ โดยไม่ให้มีการตกนั้นเอง
ในความเป็นจริงแล้ว Rock climbing มีกิ่งก้านสาขาย่อยอีกมากมาย แม้กระนั้นสำคัญๆที่ไต่กันในประเทศไทย จะเป็นการไต่ แบบ sport climbing เป็นมีการใช้เชือก แล้วก็เครื่องใช้ไม้สอยคุ้มครองป้องกัน ตามทางที่ระบุและก็มีการเจาะผาไว้แล้ว

การปีนผาเลียนแบบ มีความต่างจากการปีนหน้าจริง อีกทั้งในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์การปีน เครื่องมือเซฟตี้ต่างๆรวมไปจนกระทั่งขั้นตอนการปีนป่าย แต่ว่าสิ่งที่แบบเดียวกันเป็นทั้งคู่ ต่างก็มีเป้าหมายอยู่ที่การขึ้นไปยังจุดสุดยอดให้ได้โดยที่ไม่มีการตก ซึ่งกีฬาไต่เขานี้ให้อีกทั้งความสนุก ความระทึกใจ นับว่าเป็นกีฬา extreme อีกชนิดหนึ่งที่ได้เรื่องรู้สึกครบรสจริงๆแถมยังเป็น

กีฬาที่ได้ฝึกหัดความคงทนในทุกส่วนของร่างกายได้อย่างยิ่งจริงๆ โดยยิ่งไปกว่านั้นแขนรวมทั้งขา ที่จะจะต้องใช้ความรุนแรงสำหรับในการป่ายปีนยึดแล้วก็ส่งตัวขึ้นไป นอกเหนือจากนี้มันยังฝึกหัดให้คนเล่นได้ทราบจะการได้เอาชนะตนเอง เอาชนะความอ่อนแรง รวมทั้งได้เอาชนะความหวาดกลัวด้วย ในส่วนของจุดเด่นของการปีนหน้าผาเลียนแบบ เป็น มันเป็นกีฬาแบบ indoor

โดยหลายๆยิมในไทยก็มีการผลิตขึ้นอย่างล้นหลามแล้ว ไม่ต้องออกไปป่ายปีนผาจริง ซึ่งการเดินทางก็บางครั้งอาจจะไม่สบายอย่างผาเลียนแบบ ยิ่งกว่านั้นการปีนก็ค่อนข้างจะง่ายดายยิ่งกว่าการปีนผาจริง รวมทั้งความปลอดภัยก็มีมากยิ่งกว่าด้วย ด้วยจุดเด่นแล้วก็ผลดีหลายๆอย่างของการปืนผาเลียนแบบ ก็เลยทำให้กีฬาประเภทนี้เป็นที่นิยมขึ้นมาในกลุ่มของแฟนสุขภาพ ทั้งยังคนประเทศไทยรวมไปจนกระทั่งคนต่างประเทศด้วย

การปีนหน้าผา มีกี่ชนิด

ในความเป็นจริงแล้วการปีนเขาหินมีอยู่หลายชนิดที่แบ่งย่อยลงไปได้เยอะมากะ แต่ว่าเอาสำคัญๆที่ป่ายปีนในยิมเลยเป็นมี สองจำพวก เป็น sport climbing รวมทั้ง bouldering ซึ่งทั้งสองชนิดมีความท้ารวมทั้งความเพลิดเพลินต่างๆนาๆ คนไหนจะถูกใจแบบไหนจำต้องมาทดลองเอง โดยธรรมดาในยิมจะมีให้เล่นทั้งสองชนิดสามารถเลือกได้เลยBouldering เป็นการปีนหน้าผาระยะทางสั้นๆราวๆ 3-4 เมตร โดยมีความท้าด้วยความยากของทาง การปีนbouldering จะไม่ต้องใส่ harnessและไม่ใช้เชือก

 

sport climbing เป็นการปีนเขาหินแบบที่ รู้จักกัน เป็นการ ปีนป่ายแบบเป็นเส้นเชือก ขึ้นไปสูงๆราวๆ 8-15 เมตรโดยควรจะมีผู้ไต่ climber และก็ผู้จับเชือกดูแลผู้ตะกาย Belayer เวลาปีนป่ายให้ถูก จำเป็นที่จะต้องปีนป่ายไปตามสีที่ระบุแล้วก็ใช้ความชำนาญสำหรับเพื่อการไต่ขึ้นไปให้จบทางโดยไม่ตก โดยจะมีวัสดุอุปกรณ์ความปลอดภัยเป็นจำต้องสวม harness รวมทั้งรัดเชือกกับ harness ทุกคราว sport climbing จะแบ่งย่อยเป็นหลักๆอีกสองแบบเป็น Top rope แล้วก็ Lead climbing

• Top rope เป็นการปีนโดยที่เชือกจะเกี่ยวอยู่ข้างบนสุดของผา เป็นการปีนป่ายที่มีความปลอดภัย รวมทั้งเสี่ยงกับการที่จะเกิดอันตรายน้อยกว่า lead climbing ด้วยเหตุว่าหากตกจะมีเชือกรอดึงไว้อยู่ สำหรับมือใหม่ที่มาปีนป่าย ก็จะตะกายด้วยการ top rope ไปก่อ

• Lead Climbing เป็นการปีนโดยที่ผู้ไต่จำเป็นต้องเบาๆดึงเชือกขึ้นไปคลิปกับวัสดุอุปกรณ์บนผา ดังนั้นมีความยากและก็จำเป็นต้องอาศัยความสามารถมากยิ่งกว่า top rope แล้วก็มีการเสี่ยงเพราะเหตุว่าถ้าหากตก จะตกลงมาได้ในระยะที่สูงกว่า toprope ผู้ที่จะ lead ได้จำต้องผ่านการฝึกหัดมาพอเหมาะพอควรถ้าเช่นนั้นอันตรายอย่างยิ่งๆ

จะไปไต่หน้าผาจะต้องเตรียมอะไรบ้าง

อย่างแรกเลยทางw88แนะนำให้เตรียมดวงใจก่อนที่จะเริ่มเล่นกีฬาจำพวกนี้ ในความเป็นจริงแล้วไม่ต้องเตรียมอะไรมากไม่น้อยเลยทีเดียวเท่าใด เพียงต้องการจะเสนอแนะว่าให้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อน เพราะว่ากีฬาป่ายปีนหน้าผาเป็นกีฬาที่มีความท้ามากมาย อีกทั้งทางร่างกาย จิตใจ และก็ปัญญา ด้วยเหตุนี้แล้วพวกเราควรมีความพร้อมเพรียงทั้งยังสามด้าน แล้วก็ที่สำคัญ ก่อนมาตะกายหน้าผา ไม่สมควรกินข้าวแบบอิ่มแน่นท้องด้วยเหตุว่า จะจุกรวมทั้งตะกายไม่ขึ้น ทางที่ดี ควรจะทำราวกับเวลาจะไปบริหารร่างกาย เป็นรองท้องเพียงแค่เบาๆก็เพียงพอ ส่วนของเรื่องเครื่องมือสามารถเช่าได้ตามสถานที่ให้บริการตะกายเขาหินแบบจำลองได้เลยส่วนการปีนหน้าผาของแท้ต้องมีเป็นของส่วนตัวเพื่อความปลอยภัยนั้นเอง

 

 

 

เรียบเรียงโดย: McContent

ผิวคล้ำเสียจาก “ความเครียด” พร้อมวิธีแก้ไข ปัญหาอารมณ์

การที่คนเรามีความเครียดในแต่ละวันนั้นเรารู้กันดีอยู่แล้วว่าจะส่งผลเสียทางด้านลบแก่สุขภาพร่างกายเรา ไม่ว่าจะทำให้ป่วยง่าย แก่เร็ว หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นผลพลอยได้จากความเครียดล้วนแต่ไม่ใช่สิ่งที่ดี บางคนอาจจะเครียดจาดที่ทำงาน ครอบครัว การเงิน ความรัก ก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงให้ได้

ความเครียดก็เป็นอีกหนึ่งตัวการทำให้ผิวคล้ำเสีย แม้จะไม่ออกแดด ถึงเราจะหมกตัวอยู่ในบ้าน ไม่ยอมออกไปไหน แต่ยังมีความเครียดอยู่ในใจ ทำให้ร่างกายได้เร่งการผลิตฮอร์โมน ACTH ที่จะไปกระตุ้นการสร้างเมลาโนไซต์ที่ผิวหนัง ทำให้ผิวเราคล้ำเสียเหมือนไปตากแดดมาก แต่ต่างตรงที่อาการแบบนี้เป็นจากภายใน

สาเหตุของความเครียด

  1. สภาพแวดล้อมทั่วไป เช่น มลภาวะ ได้แก่ เสียงดังเกินไป จากเครื่องจักร เครื่องยนต์ อากาศเสียจากควันท่อไอเสีย น้ำเสีย ฝุ่น ละออง ยาฆ่าแมลง การอยู่กันอย่างเบียดเสียด ยัดเยียด เป็นต้น
  2. สภาพเศรษฐกิจที่ไม่น่าพอใจ เช่น รายได้น้อยกว่ารายจ่าย
  3. สภาพแวดล้อมทางสังคม เช่น การสอบแข่งขันเข้าเรียน
  4. เข้าทำงาน เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง เป็นต้น
  5. นิสัยใจการกิน-ดื่ม ที่ส่งเสริมความเครียด เช่น ผู้ที่ดื่มกาแฟบ่อยๆ สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ตลอดจนกินของกินที่มีน้ำตาลมากๆ
  6. มีสัมพันธภาพกับคนอื่นๆ ที่ไม่ราบรื่น มักมีข้อขัดแย้ง ทะเลาะเบาะแว้งกับคนอื่นเป็นปกติวิสัย
  7. ความรู้สึกตนเองต่ำต้อยกว่าคนอื่น ต้องพยายามต่อสู้เอาชนะ
  8. ต้องการมีอำนาจเหนือผู้อื่น

เรามีวิธีแก้ไขสถานการณ์แบบนี้ได้ง่ายๆ โดยการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัด จะช่วยไปยับยั้งกระบวนการเหล่านี้ได้ และยังเป็นการผ่อนคลายไปในตัว หรือเราต้องหากิจกรรมยามว่างที่เป็นประโยชน์ เช่น ออกกำลังกาย เล่นกีฬาที่เราชื่นชอบ เป็นต้น แล้วเราจะรู้สึกดี ลืมความเครียดไปได้ หรือให้ดื่มน้ำสมุนไพรก็ผ่อนคลายความเครียดได้

ดังนั้นเมื่อสาวๆ รู้แบบนี้แล้วก็อย่าหมกหมุ่นอยู่กับความเครียดมากเกินไป หันมาดูแลสุขภาพ ใส่ใจร่างกายของเราไว้ก่อน คนที่เครียดมากๆ จะไม่สวย จะดูเศร้าหมอง ผิวคล้ำ ไม่โดดเด่น และยังบั่นทอนสุขภาพเราให้ป่วยง่าย ความเครียดจะทำให้ร่างกายอ่อนแอ เป็นการเปิดโอกาสให้โรคต่างๆ มาเยือนเราได้ง่ายมาก จึงไม่ควรเครียดกันอีกต่อไป

แนะนำเรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับท่าออกกำลังกายปรับบุคลิกภาพ ทำง่าย หายหลังค่อมแน่นอน

ท่าออกกำลังกายปรับบุคลิกภาพ

ท่าออกกำลังกายปรับบุคลิกภาพ เพื่อหุ่นสวย ไร้อาการปวดไหล่ คอ หลัง และยังช่วยปรับบุคลิกภาพหลังค่อม ไหล่ห่อ กระดูกเชิงกรานเบี้ยว ที่เป็นปัญหากวนใจ หมดไปด้วย 5 ท่าออกกำลังกาย ที่จะช่วยเสริมสมดุลและปรับบุคลิกภาพให้กับคุณ

ทั้งนี้ ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำมักมีบุคลิกภาพที่ดี ชวนมอง แต่ไม่ใช่แค่อกผาย ไหล่ผึ่งเพียงอย่างเดียวนะ เพราะการมีบุคลิกภาพดี ยังส่งผลให้คุณมีร่างกายที่แข็งแรงอีกด้วย

บุคลิกแย่ ช่วยไม่ได้นะ

การจัดท่าทางที่ไม่ถูกต้อง นอกจากจะทําให้บุคลิกภาพดูไม่ดีแล้ว ยังส่งผลกระทบไปยังกลไกลการทํางานส่วนต่างๆ ของร่างกายด้วย เช่น นั่งหลังงอเวลากินอาหาร อวัยวะภายในจะถูกกด ทําให้ความสามารถในการย่อยอาหารลดลง ยิ่งกว่านั้น การอนั่งหลังโก่งนานๆ อาจทําให้กระดูกซี่โครงที่ห่อหุ้มอวัยวะสําคัญ เช่น หัวใจและปอดผิดรูป ประสิทธิภาพในการทํางานของปอดและหัวใจจึงลดลงตามไปด้วย ถ้าจะให้พูดถึงเรื่องของผลกระทบก็เปลียบได้อย่างเรื่องของการเดิมพันที่มีผลกระทบต่างเนื่องจากเว็บไซต์ที่ไม่ได้มาตราฐานซึ่งเราของแนะนำเว็บไซต์ที่ได้มาตราฐานอย่างเว็บw88 ที่เป็นเว็บไซต์ที่ครบทุกทางเลือกของนักเดิมพันไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของบริการมากมายที่จะให้คุณ ไม่ได้รับผลกระทบนั้นๆเพราะเพียงแค่เว็บไม่มีมาตราฐาน

หากมองเผินๆ อาจไม่เห็นความเกี่ยวข้องระหว่างการจัดท่าทางกับอวัยวะภายในโดยตรง แต่การจัดท่าทางที่ไม่ถูกต้องและทําท่านั้นซ้ำแล้วซ้ำอีกในชีวิตประจําวัน เช่น การก้มตัวผิดท่า การนั่งทํางานในท่าที่ร่างกายบิดเอียงเป็นเวลานาน ย่อมส่งผลให้เกิดอาการปวดตามมาแน่นอน

วิธีง่ายๆ ในการปรับบุคลิกภาพคือ การปรับท่าทางในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการปรับท่านั่งให้หลังไม่โก่ง ปรับท่ายืน คอและหลังตรง ทิ้งน้ำหนักลงที่ขาทั้งสองข้างเท่าๆกัน ไม่งอเข่า ไม่แอ่นหน้าท้องหรือยื่นคอไปข้างหน้า ง่ายขนาดนี้ ต้องลองปรับกันก่อนนะ

ประเมินความสมดุล

ก่อนที่จะออกกำลังกายปรับสมดุลเพื่อบุคลิกภาพ เรามาเช็คกันดีกว่าว่า ร่างกายของเราบิดเบี้ยวหรือไม่

สังเกตร่างกายเวลานั่งเก้าอี้ ลองดูว่าเวลานั่งในท่าที่สบายที่สุด คอยื่นออกไปข้างหน้ามากแค่ไหน หากคอตั้งตรง คางตั้งฉาก หูและไหล่อยู่ในแนวเดียวกัน แสดงว่า ร่างกายสมดุลดี

ตรวจดูว่าลำตัวเอียงแค่ไหนเมื่อนั่งเก้าอี้ โดยมองจากด้านหลังแล้วตรวจสอบความเอียงของไหล่และศีรษะร่วมด้วย หากศีรษะอยู่ตรงกลาง ไหล่ตรง แสดงว่า มีความสมดุลสูง

ยืนกางขาหนึ่งช่วงไหล่ เพื่อตรวจดูว่ากระดูกเชิงกรานเบี้ยวหรือไม่ หากกระดูกสันหลังและกระดูดเชิงกรานทั้งสองข้างสูงเท่ากันแสดงว่า มีความสมดุลดี

5 Workout เสริมบุคลิกภาพเริ่ด

ท่าแรก

  • นอนหงายบนเบาะ เหยียดขาตรง
  • ยกเข่าข้างหนึ่งขึ้นชิดอก และใช้มือกอดเข่าค้างไว้ประมาณ10 วินาที ลดขาลง สลับข้าง ทำข้างละ 5 ครั้ง

ท่าที่สอง

  • นอนหงาย ชันเข่าข้างหนึ่ง ยกขาอีกข้างพาดไว้บนเข่า
  • มือทั้งสองวางคว่ำลงบนพื้น ยกบั้นท้ายขึ้น พร้อมกับใช้ขาข้างที่พาดกดเข่าอีกข้างให้ต่ำลง สลับข้าง ทำข้างละ 5 ครั้ง

ท่าที่สาม

  • อยู่ในท่าตั้งคลาน มือและเข่าทั้งสองข้างยันพื้น
  • แขนเหยียดตรง มือยันพื้น เกร็งบั้นท้ายและท้องน้อย โก่งหลังขึ้นพร้อมกับก้มศีรษะลง ตามองสะดือ ค้างท่า 5 วินาที
  • คลายกล้ามเนื้อหลังลง ตามองไปข้างหน้า ทำทั้งหมด 5 ครั้ง

ท่าที่สี่

  • ยืนหันข้างให้ฝาผนัง เอามือยันผนังไว้
  • บิดลำตัวไปทางแขนข้างที่ไม่ได้ยันผนัง ค้างไว้ 10 วินาที สลับข้าง ทำข้างละ 5 ครั้ง

ท่าที่ห้า

  • นั่งตัวตรง หลังติดพนักเก้าอี้
  • ยกขาข้างหนึ่งขึ้น งอข้อเท้าให้ปลายเท้าโน้มเข้าหาลำตัว ค้างไว้ 1 วินาที สลับข้าง ทำข้างละ 5 ครั้ง

เพียงทำทั้ง 5 ท่านี้เป็นประจำ ร่างกายก็จะมีความสมดุล บุคลิกภาพดีๆ ไม่เสี่ยงโรคก็จะตามมาแน่นอน

สำหรับสาวๆ หลายคนไม่มั่นใจในรูปร่าง จึงพยายามเดินห่อไหล่ หลังค่อม บุคลิกจึงดูไม่น่ามอง ซึ่งกูรูต้นตํารับชีวจิต อาจารย์สาทิส อินทรกําแหง บอกวิธีแก้ง่ายๆ ไว้ดังนี้ยืดหลังให้ตรงแล้วแบะไหล่สองข้างออกไป เพียงเท่านี้ก็หายใจได้ดีขึ้น แถมยังมีท่าทางสง่าผ่าเผยอีกด้วย

รู้หรือไม่

เอนไซม์ในร่างกาย VS น้ำอัดลม

เนื่องจากน้ําอัดลมมีส่วนผสมจากคาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อดื่มน้ําอัดลมจึงทําให้กระเพาะอาหารไม่สามารถสร้างเอนไซม์ที่สําคัญต่อระบบการย่อยอาหารได้ ถ้าเราดื่มน้ําอัดลมพร้อมอาหารหรือหลังอาหาร น้ําอัดลมจะไปลดประสิทธิภาพของเอนไซม์ที่ทํางานในการย่อยอาหาร ยิ่งถ้าแช่เย็นยิ่งส่งผลกระทบต่อเอนไซม์ที่ช่วยย่อย

 

สาริกาลิ้นทอง คืออะไร? ในความเชื่อโบราณ…

ความรู้เรื่องสาริกาลิ้นทอง วิธีบูชาสาริกาลิ้นทอง , นกสาริกาลิ้นทอง คือ , สาริกาคู่ พุทธคุณ
สาริกาหรือสาริกาลิ้นทอง เป็นของขลังที่ใช้เสริมเสน่ห์ เมตตา โชคลาภ พูดอะไรใครก็ชอบ พูดอะไรใครก็หลง พูดอะไรใครก็เชื่อ เรามักได้ยินข่าวคนดังๆ คนมีหน้าที่การงานดี มักจะไปลงคาถาสาริกา หรือสาริกาลิ้นทอง เพื่อเสริมสร้างเสน่ห์ เมตตาให้กับตนเองเพื่อที่จะได้มีงาน มีคนนิยมชมชอบสนับ สนุนผลงาน ให้มีเงินทองนั้นเองและที่สำคัญให้โชคดี


สาริกาลิ้นทองในความเชื่อของโบราณนั้น
เป็นนกชนิดหนึ่งที่มีเสียงไพเราะและจะส่งเสียงได้ไพเราะที่สุดในตอนช่วงหาคู่ ดังนั้นเราจึงมักเห็นของขลังชนิดนี้เป็นรูปนก หรือนกคู่และยังเชื่อกันว่าหากใครมีสาริกาลิ้นทองไว้ติดตัวจะไปเจรจาการงานใดๆกับใครก็จะประสบผลสำเร็จทุกประการ พูดจาอะไรจะมีแต่คนฟัง คนเชื่อ มีอำนาจในการต่อรองและยังมีการทำสาริกาในหลากหลายรูปแบบ เช่นลงคาถาตามร่างกาย เจิมตามร่างกายหรือแม้แต่การสักน้ำมัน

 


ข้อห้ามต่างๆนั้นก็คล้ายๆกันกับการบูชาของขลังอื่นๆทั่วไป เช่น
ห้ามด่าพ่อ แม่ และครูบาอาจารย์ผู้มีพระคุณ ,ห้ามผิดลูกเมีย ผิดผัวคนอื่น ,ห้ามไม่ให้ใคเล่นหัว ,ห้ามลอดราวผ้าและห้ามทานของเหลือจากผู้อื่น,ห้ามทานของไหว้ต่างๆจากงานศพ ของแจกทำทานและที่สำคัญห้ามบ้วนน้ำลายในโถส้วม เรียกได้ว่าข้อห้ามจุกจิกเยอะแยะมากมาย และหากทำผิดข้อใดข้อหนึ่ง สาริกาก็จะหมดความขลังในทันที่ ดูดวงและที่สำคัญคือต้องมีศิลธรรม ไม่ใช่ว่ามีสาริกาแล้วนำมาใช้ทางที่ผิด เช่นพูดจาให้ร้ายคนอื่น หลอกลวงทรัพย์สิน หรือ โกหก ก็จะหมดความขลังเช่นเดียวกัน และอาจส่งผลร้ายคืนกลับมายังผู้นั้นด้วย (ผลเสียไม่ใช่จากสาริกาแต่มาจากคนรอบๆตัวเราที่เราทำผิดกับเขาไว้นั้นเอง) ***การบูชาสาริกาสำหรับคนทั่วไปก็ไม่ต้องเคร่งคัดอะไรมากให้ถือหลักๆคือ ห้ามพูดจาหยาบคาย ไม่ด่าพ่อแม่ครู บาอาจารย์ ไม่ด่าว่าลับหลังคนอื่น และนับถือครูอาจารย์ที่ปลุกเสกนกสาริกานั้นๆจะเป็นผลดีไม่ต้องขนาดถือศิล 8 ศิล 5 กัน ก็ได้ผลดีเช่นกัน

 


คาถาสาริกาในน้ำมัน
“พุทธา อะเนนา มะลิยา สุสังคะเยมิ”
“พุทธาอิริมะลิยา สุสังคะเยมิ”
“พุทธา อิรปะโย เคมะคุณนะ ปักเขสะเมมะมิ”
“อุนาโลมา ปันนะ วิชายะเต”

คาถานี้ใช้สวดภาวนาหากต้องการให้คนรักใคร่ พูดจาเป็นเสน่ห์ ตอนท่องคาถาถึงคำว่า “มิ” ก็ให้แตะที่ริมฝีปากหรือลิ้นด้วยทุกครั้ง เมื่อท่องคาถาจบให้อธิฐานขอในเรื่องที่ต้องการ ให้พูดบอกขอ อย่าอธิฐานขอในใจ

 

 

การบูชานกสาริกาลิ้นทอง ของครูอาจารย์ท่านต่างๆ
1.บูชาด้วยน้ำเปล่า 1 แก้ว,ผลไม้ 1 อย่าง ทุกวันพระ แล้วแต่ผู้บูชาจะจัดหาบูชา
2.ควรวางพวงมาลัย ทุกวันพระ ตอนที่เราอยู่บ้าน เช่น พวงมาลัยดอกกุหลาบหรือดอกดาวเรือง
3.การวางสาริกา หรือเก็บสาริกาเมื่ออยู่ที่พัก ไม่ควรวางรวมกับพระเครื่องให้วางต่ำกว่าพระเครื่อง ไม่ควรวางไว้ที่ปลายเท้าชี้ไป

และหากบทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่าน หรือคนที่ผู้อ่านหวังดีก็อย่าลืมแชร์ให้เค้าได้อ่านด้วยนะครับ

 

 

 

เรียบเรียงโดย: MCCONTENT

ที่มา:

http://www.kumantong-thaiamulets.com/index.php?mo=4

 

 

 

ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ในผู้สูงอายุ

อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือปัสสาวะเล็ดราด คือ ภาวะที่สูญเสียความสามารถในการควบคุมการถ่ายปัสสาวะ ทำให้ต้องปัสสาวะบ่อยสร้างความรำคาญและกระทบต่อคุณภาพชีวิต โดยมากจะพบในผุ้สูงอายุ และผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า แต่หลังจากอายุ 80 ปีขึ้นไปจะมีความใกล้เคียงกัน

แม้ว่าภาวะดังกล่าวจะไม่ได้เป็นการเจ็บป่วยแบบฉุกเฉินที่มีอันตรายรุนแรงต่อร่างกายโดยตรง แต่เป็นอาการเรื้อรังซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทั้งในแง่ของสุขภาพกาย เช่น ปัสสาวะที่ราดออกมาจะทำให้เกิดการระคาย เคืองต่อผิวหนัง เพิ่มโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เพิ่มความเสี่ยงในการหกล้ม เป็นต้น


ส่วนในแง่ของสุขภาพจิต พบว่าผู้สูงอายุที่มีภาวะดังกล่าวจะรู้สึกว่าตนเองไม่ปกติ มีภาวะซึมเศร้า กลัวผู้อื่นได้กลิ่นเหม็นปัสสาวะ อายที่จะเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมและไม่ยอมเดินทางออกนอกบ้าน นอกจากนี้ยังส่ง ผลกระทบต่อครอบครัวในด้านสัมพันธภาพ เนื่องจากมีการทำกิจกรรมกับบุคคลในครอบครัวลดลง และยังกระทบต่อเศรษฐกิจ ของครอบครัวซึ่งเกิดจากมีค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อจัดการกับอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เช่น กางเกงในซึมซับ เป็นต้น

สาเหตุภาวะปัสสาวะเล็ดชั่วคราว เกิดจาก
1. มีการจำกัดกิจกรรม ไม่สามารถเดินไปห้องน้ำเองได้
2. มีอาการท้องผูกเรื้อรัง ทําให้ก้อนอุจจาระที่จับเป็นก้อนแข็งกดบริเวณท่อปัสสาวะ และกระเพาะปัสสาวะ ส่งผลให้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
3. มีการรับรู้บกพร่อง ไม่สามารถประมาณระยะทางในการไปห้องน้ำได้เหมาะสม
4. มีปัญหาในด้านจิตใจ ทำให้การรับรู้การปวดปัสสาวะลดลง
5. ได้รับผลข้างเคียงจากยา เช่น ยาขับปัสสาวะ ยานอนหลับ ยาคลายกล้ามเนื้อ เป็นต้น ทำให้ปัสสาวะคลายตัว ส่งผลให้ปัสสาวะออกไม่หมด และมีปัสสาวะค้างมาก จึงเกิดการปวดปัสสาวะบ่อยและกลั้นไม่อยู่


สาเหตุภาวะปัสสาวะเล็ดเรื้อรัง เกิดจาก
1. กล้ามเนื้อหูรูดไม่แข็งแรง จึงเกิดอาการปัสสาวะเล็ดเมื่อ ไอ จาม หัวเราะ หรือยกของหนัก
2. กระเพาะปัสสาวะมีการบีบตัวบ่อยและเร็วกว่าปกติ จึงมีปฎิกิริยาตอบสนองไวเมื่อมีอาการปวด
3.มีความผิดปกติบริเวณกระเพาะปัสสาวะ เช่น มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ มีการอักเสบติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
4. มีการอุดตันของทางเดินปัสสาวะ หรือกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะผิดปกติ ทำให้มีปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะมากเกิน เช่น ผู้สูงอายุที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโต เบาหวาน เป็นต้น
5. มีโรคประจำตัวที่มีผลต่อการกลั้นปัสสาวะ เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน เบาจืด โรคทางสมอง โรคซึมเศร้า เป็นต้น
6. อายุที่เพิ่มขึ้น กระเพาะปัสสาวะผ่านการใช้งานมานานจึงมีการทำงานที่แปรปรวน เช่น ฮอร์โมนที่ลดลง มีการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อเชิงกราน การบีบรัดของกล้ามเนื้อหูรูดเสื่อม


แนวทางการรักษา
การรักษามักใช้หลายวิธีเพื่อให้ได้ผลมากที่สุด
1. ฝึกนิสัยการขับถ่ายปัสสาวะให้เป็นเวลา โดยกระตุ้นให้ขับถ่ายปัสสาวะทุก 2 ชั่วโมงแล้วอาจเพิ่มเวลาขึ้นอีก 30 นาทีต่อวัน จนสามารถยืดระยะเวลาขับถ่ายได้เป็นทุก 3-4 ชั่วโมง
2. ดื่มน้ำวันละ 5 – 2 ลิตร การดื่มน้ำน้อยไม่ได้ทำให้ปัญหาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ลดลง แต่จะช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ แต่ก่อนเข้านอน 3 – 4 ชั่วโมง ควรดื่มน้อยลงเพื่อป้องกันการปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน
3. จัดสิ่งแวดล้อมให้ขับถ่ายปัสสาวะได้สะดวก เช่น สถานที่ควรสะอาด แสงสว่างเพียงพอทางเดินไม่ลื่น มีราวเกาะเดิน หากไปห้องน้ำไม่ได้ควรใช้กระโถน หรือเก้าอี้นั่งสำหรับขับถ่าย เป็นต้น
4.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่ม ชา กาแฟ แอลกอฮอล์ เนื่องจากจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งกระตุ้นให้ปวดปัสสาวะบ่อย
5. หลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำให้เกิดอาการไอเรื้อรัง เช่น การสูบบุหรี่ การควบคุมโรคภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ
6. ควบคุมน้ำหนักตัว เนื่องจากความอ้วนจะเพิ่มความดันในช่องท้อง ทำให้ความสามารถในการกลั้นปัสสาวะลดลง
7. บริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน โดยการขมิบก้นและช่องคลอด ลักษณะคล้ายกับการผายลม โดย
 ขมิบกล้ามเนื้อครั้งละ 5-10 วินาที แล้วปล่อย ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง วันละ 3 รอบอย่างต่อเนื่อง จะเห็นผลชัดเจนหลังทำไป 15-20 สัปดาห์
 สำหรับผู้สูงอายุชายที่ผ่าตัดต่อมลูกหมาก มักมีปัญหาอาการกลั้นไม่อยู่หลังผ่าตัด แนะนำให้บริหารอุ้งเชิงกรานตั้งแต่ก่อนผ่าตัดและให้ทำต่อเนื่องจนกระทั่งหลังผ่าตัดนานเท่าที่จะทำได้ การเริ่มฝึกครั้งแรกๆ แนะนำให้ดูแลผู้สูงอายุสอดนิ้วเข้าไปทางทวารหนักและให้ลอง ขมิบกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก การปฏิบัติที่ถูกต้องจะพบว่า องคชาตหดสั้นเข้า ผู้ที่ปฏิบัติสม่ำเสมอจะสามารถกลั้นปัสสาวะได้ดีขึ้น


8. การใช้ยาและผ่าตัดโดยให้ยาลดการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ และผ่าตัดในรายที่มีข้อบ่งชี้ เช่น ต่อมลูกหมากโต กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหย่อนรุนแรง เป็นต้น
9. สำหรับผู้สูงอายุที่ใช้แผ่นรองซับปัสสาวะ ควรป้องกันการเกิดแผลกดทับหรือผื่นแพ้บริเวณร่มผ้า โดยการเปลี่ยนทุกครั้งเมื่อมีการขับถ่าย และดูแลให้ผิวหนังแห้งเสมอ
10. รักษาความสะอาดทุกครั้งหลังจากมีปัสสาวะเล็ด/รั่วไหล โดยใช้กระดาษชำระเช็ดทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ให้แห้งทุกครั้ง ป้องกันการเกิดแผลจากการระคายเคือง และเช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลังไม่เช็ดย้อน เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ได้ ควรใช้สบู่อ่อนๆ เสื้อผ้าและกางเกง ชั้นในควรสะอาดและเป็นผ้าฝ้ายที่ไม่ระคายเคืองมากเกินไป

ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะเล็ด ในวัยสูงอายุเป็นปัญหาที่พบบ่อย ซึ่งอาจบั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุได้ ภาวะนี้อาจเป็นเพียงอาการแสดงออกของโรคบางอย่าง หรือ อาจเป็นอาการแค่ชั่วคราว หากได้รับการแก้ไข ก็จะสามารถกลับคืนภาวะปกติได้ ส่วนผู้ที่ไม่สามารถแก้ไขสาเหตุได้ทั้งหมด การรักษาพยาบาลเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ หรือดีขึ้นกว่าเดิม ก็สามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุได้

และหากบทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่าน หรือคนที่ผู้อ่านหวังดีก็อย่าลืมแชร์ให้เค้าได้อ่านด้วยนะครับ

 

 

 

เรียบเรียงโดย: MCCONTENT

ที่มา:

qrspelvicenter.net

 

 

 

ประวัติและความเป็นมาฮอกกี้ ประวัติฮอกกี้ในประเทศไทย

กีฬาฮอกกี้ (Hockey) เป็นกีฬาเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน และคนนิยมเล่นกันมากประเภทหนึ่ง แต่ไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดว่ากีฬาประเภทนี้เริ่มมาจากประเทศใดก่อน แต่ประมาณ 44 ปี ก่อนคริสต์ศักราช พบหลักฐานโดยชาวกรีกโรมัน สมัยโบราณได้เล่นกีฬานี้กันอยู่แล้ว อุปกรณ์การเล่นและวิธีเล่นคล้ายคลึงกับการเล่นฮอกกี้ในสมัยปัจจุบัน แต่แตกต่างกันที่hokley w88 onlineไม้ตีฮอกกี้สมัยกรีกและโรมันจะสั้นกว่าในปัจจุบัน ลูกบอลสมัยนั้นทำด้วยหนัง ภายในอัดด้วยขนสัตว์ เชื่อกันว่าการเล่นฮอกกี้สมัยปัจจุบันได้พัฒนามาจากการเล่นฮอกกี้ของกรีกและโรมันสมัยโบราณนั่นเอง ต่อมากีฬาฮอกกี้ได้แพร่หลายเข้าไปในประเทศอังกฤษ มีประชาชนสนใจอย่างจริงจังในศตวรรษที่ 19

กีฬาฮอกกี้ในสมัยปัจจุบันมีอยู่ 2 ชนิดนั้นก็คือ ฮอกกี้ที่เล่นกันบนสนามหญ้ากลางแจ้ง และฮอกกี้ที่เล่นกันบนลานน้ำแข็ง (Indoor Hockey หรือ Shake Hockey หรือ Ice Hockey)นั้นเอง

อย่างไรก็ตาม ในประเทศอังกฤษ ประมาณปี พ.ศ. 2428 ได้จัดให้มีการแข่งขันประเภทหญิงขึ้นระหว่างมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดกับเคมบริดจ์ ในปี พ.ศ. 2444 กีฬาฮอกกี้ได้แพร่เข้าไปในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสุภาพสตรีชาวอังกฤษผู้หนึ่งคือ Constance Applebee โดยได้ให้คำแนะนำในการเล่นระหว่างปิดภาคฤดูร้อนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และหลังจากนั้นมาฮอกกี้จึงเป็นที่นิยมในหมู่สุภาพสตรีเป็นอย่างมาก

ต่อมาในปี พ.ศ. 2465 ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ก่อตั้งสมาคมขึ้นโดยใช้ชื่อว่าสมาคมฮอกกี้แห่งสหรัฐอเมริกา และได้มีการปรับปรุงพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าขึ้นจนถึงระดับชาติ แต่นิยมเล่นเฉพาะในหมู่สตรีเท่านั้น ในเวลาต่อมากีฬาประเภทนี้จึงได้บรรจุไว้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก แต่มีการแข่งขันเฉพาะชายเท่านั้น

เมื่อปี 1908 ฮอกกี้ได้เข้าร่วมกีฬาโอลิมปิก ที่จักรภพอังกฤษ หลังจากที่เงียบหายไปหลายปี ก็ได้กลับมาอีกครั้ง ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่ลอนดอน ในปี 1948 การจัดการแข่งขันนั้นก็ได้ถือเป็นคณะกรรมการกลางระหว่างชาติ ซึ่งสหพันธ์ได้ถือเป็นแนวทางปฏิบัติและข้อบังคับตลอดไป ประเทศผู้นำในกีฬาประเภทนี้ ประมาณกลาง ศตวรรษ ที่ 20 คือ อินเดียเนเธอร์แลนด์ อังกฤษ เยอรมนี ปากีสถาน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สเปน และสมาชิกของประเทศแอฟริกา อย่างไรก็ตาม กีฬาประเภทนี้ก็ได้พัฒนาได้อย่างรวดเร็วในซีกโลกตะวันตก มาตรฐานการเงินมั่นคงขึ้น และการแข่งขันระหว่างชาติก็มีมากขึ้น พร้อมกับ Cricket ฮอกกี้เป็นกีฬาประจำชาติของอินเดีย ซึ่งได้เข้าร่วมการแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก และได้เป็นแชมป์ตลอดมา  จนกระทั่งปี 1960 ซึ่งปากีสถานได้เป็นแชมป์ ซึ่งผู้สื่อข่าวกีฬาก็ได้บันทึกไว้ ที่ลอสแองเจลิส แคลิฟอเนีย

กีฬาฮอกกี้นั้นเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในบ้านเราและมีผู้ชมมากมายเสน่ห์ของกีฬาประเภทนี้ก็จะคล้ายกับการเล่นฟุตบอลเพิ่งแต่ใช้ไม้ในการเล่นแทนที่จะใช้เท้าสำหรับว็บที่เราจะมาแนะนำให้ไปรับชมนั้นก็คือ w88 ซึ่งท่านสามารถรับชมกีฬาได้มากมายหลากหลายกีฬาไใ่เพียงแต่จะได้รับชมแล้วท่านยังสามารถเดิมพันเกี่ยวกับกีฬานั้นๆได้อีกด้วย เรามาต่อสาระเกี่ยวกับฮอกกี้กันเลย

การออกเสียงกันว่าการเล่นแบบอินเดีย เป็นการเล่นลูกสั้นซึ่งถือเป็นแบบฉบับได้ แต่การเล่นของยุโรปมีทางโน้มเอียงไปทางลูกยาวตีลูกแรง นอกนั้นผู้เล่นของอินเดียและปากีสถานใช้ไม้ตีชนิดหัวสั้นซึ่งไม้นี้จะจับด้วยมือซ้ายเป็นการบังคับไม้ เพื่อพลิกหน้าไม้ได้สะดวกซึ่งไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมือจับ ดังนั้น การเล่นโทรนบอลก็ทำได้ดีขึ้น การใช้ไม้ชนิดหัวยาวจะตีดิน และไม่สะดวกกับการกลับหน้าไม้ ผู้เล่นชาวยุโรปก็เปลี่ยนมาเป็นไม้สั้น และสหรัฐฯก็เปลี่ยนวิธีการเล่นตามแบบฉบับอินเดีย แม้ว่าจะใช้เทคนิคแบบยุโรปก็ตาม

ประวัติฮอกกี้ในประเทศไทย

อาจกล่าวได้ว่าการเล่นฮอกกี้เป็นกีฬาพื้นเมืองที่เล่นกันมาตั้งแต่สมัยโบราณเช่นเดียวกับกีฬาประเภทอื่นๆ โดยมีอุปกรณ์การเล่น และวิธีเล่นคล้ายกับการเล่นฮอกกี้มาก ซึ่งเรียกการเล่นชนิดนี้ว่า คลี เป็นกีฬาพื้นเมืองที่นิยมเล่นกันมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กีฬาประเภทนี้มีอุปกรณ์คือ ไม้ตีที่ทำด้วยโคนไม้ไผ่ หรือไม้งอๆ คล้ายกับไม้ตีฮอกกี้ในสมัยปัจจุบัน แต่ลูกคลีของไทยมีสองชนิดคือ ทำด้วยไม้กลึงให้กลมคล้ายลูกฮอกกี้ และทำด้วยกิ่งไม้ทองหลาง ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลูกคลีชนิดที่ทำด้วยไม้กลึงให้กลมมีไว้เพื่อใช้เล่นในเวลากลางวัน  ส่วนชนิดที่ทำด้วยกิ่งไม้ทองหลางแห้ง มีไว้เพื่อเล่นในเวลากลางคืน เรียกว่า คลีไฟ เพราะว่าหัวของไม้ทองหลางทั้งสองข้างจุดไฟได้ เพื่อให้มองเห็นได้ถนัดว่าลูกคลีอยู่ที่ใด การเล่นจะเล่นกันตามคันนาหลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บอกว่าการเล่นคลีนั้นสนุกสนานและตื่นเต้นมาก

ก่อนปี พ.ศ. 2505 มีการเล่นฮอกกี้ในประเทศไทย โดยเล่นกันในหมู่ของชาวต่างประเทศที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ใช้ที่ราชกรีฑาสโมสร เป็นสถานที่สำหรับการเล่น กีฬาฮอกกี้จัดให้มีการสอนครั้งแรกในประเทศไทยที่สถาบันการพลศึกษาในปี พ.ศ. 2507 โดย นายสำอาง พ่วงบุตร เป็นผู้นำเข้ามาและจัดไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนในวิทยาลัยพลศึกษา จนกระทั่งปัจจุบัน สมาคมฮอกกี้แห่งประเทศไทยได้จดทะเบียนก่อตั้งเป็นสมาคม เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507 ในระยะแรก ๆ กีฬาประเภทนี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก จนกระทั่งการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในเดือนธันวาคม พ.ศ.2509 และสมาคมฮอกกี้แห่งประเทศไทยได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสหพันธ์ฮอกกี้แห่งนานาชาติ

ในปีเดียวกันนี้เองกีฬาฮอกกี้จึงเริ่มเป็นที่รู้จักกันในหมู่ประชาชนบ้าง แต่ก็ยังไม่เป็นที่สนใจมากนัก ในปี พ.ศ. 2516 สมาคมฮอกกี้แห่งประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกของสหพันธ์ฮอกกี้แห่งเอเชีย (Asian Hockey Federation) ต่อมาประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 6 ในปี พ.ศ. 2513 และครั้งที่ 8 ในปี พ.ศ. 2521 กีฬาฮอกกี้จึงได้ตื่นตัวมากขึ้น และสมาคมฮอกกี้ได้จัดการแข่งขันด้วย

ในปัจจุบันกีฬาประเภทนี้จะจัดการเรียนการสอนตามสถาบันการศึกษาต่าง ๆ รวมทั้งในระดับโรงเรียนด้วย อีกทั้งได้จัดการแข่งขันในระดับต่าง ๆ อาทิ เช่นกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งประเทศไทย  กีฬามหาวิทยาลัย กีฬาสถาบันการพลศึกษาทั่วประเทศ รวมทั้งกีฬากองทัพไทยด้วย และสโมสรต่าง ๆ ได้มีการจัดการแข่งขันกันมากขึ้น กีฬาฮอกกี้เริ่มได้รับความสนใจแพร่หลายมากขึ้นตามลำดับ และได้มีการส่งทีมฮอกกี้เข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติในระดับต่าง ๆ มากขึ้น ประเทศไทยเคยได้รับรางวัลเหรียญทองในประเภททีมหญิง จากการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 18 พ.ศ. 2538? ณ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน สมาคมฮอกกี้แห่งประเทศไทยได้พยายามผลักดันให้กีฬาฮอกกี้เป็นกีฬาที่แข่งขันประเภทหนึ่งในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2530 ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 20 ณ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งคาดว่ากีฬาฮอกกี้ในอนาคตข้างหน้าคงจะได้รับความสนใจและเป็นที่นิยมแพร่หลายต่อไป

4 วิธีดูเลขทะเบียนรถมงคล กันอุบัติเหตุ เสริมดวง

ในด้านโหราศาตร์ “ตัวเลข” เป็นศาสตร์ที่มีอิทธิพล อยู่รอบๆ ตัวเรา ในการดำเนินชีวิต ล้วนแต่มีเรื่องตัวเลขมาเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้น ถ้าพูดถึงเรื่องรถ ตัวเลขที่เกี่ยวข้องในด้านโหราศาสตร์ก็จะมีเรื่อง “ทะเบียนรถ”

ความเชื่อของแต่ละคน เรื่องทะเบียนรถ จะส่งผลต่ออำนาจและอิทธิพลต่อเจ้าของรถโดยตรง การจำหน่ายเลขทะเบียนมงคลตามวันเกิดของเจ้าของรถมีอยู่มากมาย นั้นแสดงว่าเรื่องทะเบียนมงคลเสริมดวงเป็นที่สนใจต่อผู้ใช้รถไม่น้อย  เพื่อนำเลขมาเสริมสร้างบารมีให้เจ้าของรถมากขึ้น มาดูกันว่ามีเลขไหนที่เหมาะกับวันเกิดของท่าน ตัวเลขผลรวมของทะเบียนแบบไหนที่ดี อันนี้ก็ต้องแล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคลด้วย

 

 

รวมผลของเลขทะเบียนรถ

นำตัวเลขทะเบียนมาใช้เฉพาะตัวเลขหลังตัวอักษร ไม่นับตัวเลขที่อยู่หน้าตัวอัษรมาใช้ แล้วนำมาหาผลรวมให้ได้เหลือเลข 1 หลัก ยกตัวอย่างเช่น ธน 8777 = 15+14 = 2+9 = 1+1 = 2
เมื่อได้เลขผลเป็นเลขหลักเดียวแล้ว นำผลรวมของเลขทะเบียนที่ได้รถมาเทียบผลดังนี้

1 มีรสนิยมในการกิน โลกส่วนตัวสูง
2 ร่ำรวย มีความสุข ความสบาย
3 มีอุปสรรค เจ็บป่วย รถเกิดเฉี่ยวชนบ่อย
4 มีชื่อเสียง สำเร็จ เข้ารับราชการ
5 ค้าขาย ธุรกิจดี ขับรถไม่ค่อยชนหรือมีสร้างปัญหา
6 คนช่วยเหลือมากมาย แคล้วคลาดจากอันตราย
7 เกิดอุปสรรค อุบัติเหตุ เสียเงินจากการเดินทาง
8 ร่ำรวย มั่งมี คนยกย่อง รุ่งเรืองและสมหวังดังปรารถนา
9 พระคุ้มครอง ปลอดภัย ขยันคล่องแคล่ว

แต่จะมีชุดเลขทะเบียน ที่ตัวเลขไม่ควรอยู่ติดกัน เพราะเป็นเลขที่ไม่ดี มักจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ
ได้แก่ชุดเลข 13, 31, 37, 73, 35, 53, 30, 03 เช่นทะเบียนรถ 1313, 3100, 3737, 3137, 3537, 7353 3031 เป็นต้น

 

 

  1. ผลรวมต้องห้าม !!เมื่อรวมแบบวิธีที่ 1 แต่นำมาใช้แค่ 2 หลัก โดยห้ามได้เลขเท่ากับ 13 31 35
    เช่น ทะเบียนรถ 1291 1129 2182 4900 5800 7789 9899 เป็นต้น3. เทียบกับวันเกิดเจ้าของรถ ห้ามมีเลขลงท้ายดังนี้ เกิดวันอาทิตย์ ห้ามมีเลข 6
    เกิดวันจันทร์ ห้ามมีเลข 1
    เกิดวันอังคาร ห้ามมีเลข 2
    เกิดวันพุธ (06.00-17.59) ห้ามมีเลข 3
    เกิดวันพุธ (18.00-05.59) ห้ามมีเลข 5
    เกิดวันพฤหัสบดี ห้ามมีเลข 7
    เกิดวันศุกร์ ห้ามมีเลข 8
    เกิดวันเสาร์ ห้ามมีเลข 4

 

 

  1. วิธีแก้ไขเลขทะเบียนให้เหมาะสม1 นำแผ่นทองคำเปลว 2 แผ่น (ทองคำแท้) มาแปะบนตัวเลขป้ายทะเบียนที่ไม่ต้องการผลรวม 1 ตัว
    แปะที่เลขไหนก็ได้ที่ไม่ต้องนับรวม แต่ให้คำนึงถึงผลรวมเลขที่เหลือ ให้ได้ตรงเลขหรือผลรวมที่ต้องการ2 แปะทับเป็นรูป 4 เหลี่ยมข้างหลามตัด3 ให้นำเทียนไขมาถูบริเวณที่แปะแผ่นทอง เพราะแปะปกติจะไม่ติด เทียนไขจะช่วยให้แผ่นทองติดทนนาน4 แปะครั้งเดียวใช้ได้ตลอดการใช้รถคันนั้นๆ ไม่ต้องห่วงเมื่อแผ่นทองหลุดไปจากการใช้งาน5 แปะแผ่นทะเบียนทั้งสองแผ่น แผ่นหน้า – แผ่นหลัง

6..เปลี่ยนมาใช้เบอร์มงคล

เกร็ดความรู้เรื่องตัวเลขทะเบียนมงคล ที่นำมาฝากกันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นอิทธิพลต่อเจ้าของรถ เพื่อช่วยให้เจ้าของรถสบายใจ แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุ ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วสิ่งสำคัญกว่านั้นคือความไม่ประมาท มีสติในการใช้รถ

และหากบทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่าน หรือคนที่ผู้อ่านหวังดีก็อย่าลืมแชร์ให้เค้าได้อ่านด้วยนะครับ

 

 

 

เรียบเรียงโดย: MCCONTENT

ที่มา:Sinsaehwang.com

 

 

เรื่องเล่าจากประสบการณ์สาวไทย มีแฟนต่างชาติ

มีแฟนต่างชาติดีไหม

ที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นประสบการณ์และความรู้สึกส่วนตัวนะคะ ไม่ได้ต้องการมาชี้นำชี้แนะแนวทางอะไรใดๆ

ว่างๆเหงาๆ ขอเล่าหน่อยแล้วกัน
ส่วนตัวแล้วไม่เคยมีแฟนเป็นชาวต่างชาติมาก่อน ตลอดเวลาที่มีแฟนเป็นคนไทยจะคบกันไม่เคยเกิน 5 เดือนค่ะ
ไม่ผิดค่ะ 5 เดือน ไม่ใช่ 5 ปี สาเหตุหลักๆที่คบกันไม่ยืดยาวน่าจะเป็นเพราะเราติดเพื่อน ไม่ค่อยชอบไปไหนมาไหนกับแฟนสองต่อสอง
และเหตุผลต่างๆกันไปซึ่งเกิดจากตัวเราเองทั้งสิ้น ล่าสุดคือโสดยาวเลยค่ะ 4 ปี ตั้งแต่ยังไม่เข้ามหาลัย จนจบมหาลัย 55555
หน้าตาก็ทั่วๆไป มีคนเข้ามาหยอดอยู่บ่อย แต่เรารู้จุดประสงค์เค้านะว่าเค้าต้องการอะไร เพราะคนที่เข้ามาส่วนใหญ่
จะเจอกันตามแหล่งอโคจร ยอมรับว่าเลือกเยอะ เรื่องมาก จนลืมสำเหนียกหนังหน้าตาตัวเอง
เพื่อนๆก็จะคอยแซวตลอดว่าเมื่อไหร่จะมีแฟน อยากเห็นหน้าแฟนจริงๆ พูดมาตั้งแต่เรียน ปี1 เลยค่ะ

 

เรียนจบแล้วหาคู่ได้

พอจบปี 4 ก็ได้มีโอกาสไป work ที่อเมริกา (ขอข้ามประสบการณ์ในส่วนนี้ไปนะคะ มันไม่ใช่ประเด็นหลัก)
ก็ได้เจอกับชายเม็ดสีของตา ออกฟ้าๆเทาๆ เจอกันที่ทำงาน แต่เราอยู่คนละแผนกกัน วัยต่างกัน 1x ปี ถือว่าเยอะสำหรับเรานะ
แต่จะบอกว่าหน้าตาละอ่อนมาก กล้ามเป็นมัดๆ ซิกแพคก็มา เส้นเลือดที่แขนนี่เห็นชัดเลย

หลังจาก text กันไปกันมาระยะหนึ่ง ซึ่งไม่นานมาก ประมาณ 3 วัน 55555555 (อย่าเพิ่งมองเราแบบนั้นดิ)
เราก็ยอมออกไปนู่นนั่นนี่กับเค้า ไปกินข้าว ไปชอปปิ้ง ไปบ้านเค้า มาที่พักเรา เอาเพื่อนเราไปด้วยบ้าง ไปกันสองคนบ้าง
คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก ด้วยความที่ไม่เก่งภาษาอยู่แล้ว ละเค้าพูดเร็วด้วย แรกๆเราก็ยิ้มรับอย่างเดียวค่ะ
หลังๆก็สวนกลับเป็นภาษาไทยเลย เค้าก็ไม่เข้าใจหรอก แต่เค้าพยายามเรียนรู้มากๆ มากกว่าที่เราพยายามเรียนภาษาเค้าอีก

จริงๆอยากจะเล่าให้ละเอียดกว่านี้นะคะว่าเค้าอายุเท่าไหร่ ทำงานอะไร เจอกันได้ยังไง มาจีบด้วยวิธีไหน
แต่แอบกลัวว่าจะมีเพื่อนมาเจอแล้วรู้ว่าเป็นเรา เลยขอกำข้อมูลบางส่วนไว้แล้วกัน

เข้าเรื่องเลยนะ เราได้บอกเค้าไว้ว่าเรายังเหวอนะ ไม่ต้องเชื่อก็ได้ ก็พูดดักไว้ก่อนเลยว่าไม่ต้องเชื่อก็ได้
ขนาดเพื่อนกันเอง บางคนยังไม่เชื่อเลย ด้วยบุคลิก ชอบไปปาตี๊ อะไรต่างๆนาๆ แต่โอเค ไม่ว่ากัน

คืนแรกเลย ก็เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ เรื่องปกติของฝรั่ง(?) มันเป็นเรื่องธรรมดา(?)
ความรู้สึกตอนนั้นคือไม่หวงตัวเลย ทั้งๆที่ไม่เคยยอมให้ใครลุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวได้ขนาดนี้มาก่อน
คิดแค่ว่า เค้าเป็นฝรั่ง ไม่ใช่คนไทย (แล้วยังไง? ต่างกันยังไง? เออ อันนี้ก็ไม่รู้ บอกไม่ถูกเหมือนกัน)
ยอมให้เค้าทำทุกอย่าง กอดจูบลูบคลำซุกไซร้ลูบไล้เรือนร่าง ยกเว้นใช้เจ้าดิ๊ก
จังหวะนั้นอ่อนระทวยไปหมด แต่คือไม่เคยไง ก็ไม่รู้งาน ไม่รู้ว่าเราต้องเอ็นเตอร์เทนเค้ากลับยังไง
ซักพักเค้าจับมือเราให้ไปจับดิ๊กเค้า เห้ยยย คือแบบ ตื่นเต้นมาก ไม่รู้ว่าถือว่าเล็กหรือใหญ่เพราะเราไม่มีตัวเปรียบเทียบ
ก็เลื้อยๆไหลๆไปตามอารมณ์ คืนนั้นเค้าตั้งใจที่จะไม่ทำแบบนั้น เค้าบอกว่าถ้าเราไม่พร้อม เค้าก็จะไม่ทำ
ตอนนั้นไม่รู้หรอก ว่าจะมาไม้ไหน พูดงี้ใครๆก็พูดได้จริงปะ แต่ในใจก็รู้ว่าเค้าพร้อมที่จะควักมันออกมาได้ทุกเมื่อและ
แต่หลังจากคืนนั้น เราก็ไม่ได้ไปนอนค้างที่บ้านเค้าอีกเลย ไม่ใช่เป็นเพราะเราไม่อยากไปนะ
แต่เป็นเพราะเค้าไม่อยากให้เราไป เค้าให้เหตุผลว่า กลัวห้ามใจไม่ได้ กลัวทำให้เราไม่ไว้ใจ ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกเรา
ตอนนั้น แบบ ซาบซึ้งกับคำพูดมากๆเลย ด้วยสายตา สีหน้าท่าทาง (ที่ผ่านมา เจอแต่คนเจ้าชู้ คิดว่าดูสายตาออกนะ)

 

รู้สึกแบบใหนเวลามีแฟนต่างชาติ

สุดท้ายแล้ว ผู้ชายคนนี้ก็เสร็จเรา เห้ย! ไม่ใช่!
อะไรทำให้ตัดสินใจยอม.. อารมณ์ ความรัก ความสุข ความที่เค้าเป็นฝรั่ง(อันนี้ก็ยังงงว่าเกี่ยวอะไร) อะไรอีกดี อะไรที่มันอธิบายไม่ได้อะ
ครั้งแรกของเรา ครั้งแรกที่เจอเจ้าดิ้กของเค้า เจ็บ เจ็บมาก เค้าค่อยๆเล้าโลมตามสเต็ปไปก่อน
จนถึงขั้นยัด เค้าค่อยๆทำเบาๆแบบทะนุถนอมมาก (ไม่รู้คิดไปเองป่าวว่าเค้าถนอม หรือปกติมันก็ต้องเป็นงี้อยู่แล้วอะ)
ซึ่งยัดไม่เข้าจนต้องพูดออกมาว่า เจ็บ! (เคยสอนภาษาไทยคำนี้ไปแล้ว)
สิ่งที่อยากจะเล่ามันอยู่ตรงนี้ค่ะ จุดพีคเลย ทันทีที่พูดว่า “เจ็บ” เค้าหยุด แล้วโผตัวเข้าโอบกอดเรา พร้อมถามว่าโอเคมั้ย
ตอนนั้นคือโอเคมาก แต่ก็เจ็บมากเช่นกัน ไม่ได้อยากให้มันสะดุด แต่เราทนกับการเจ็บมาจุดนึงแล้ว จนทนไม่ไหวเลยต้องพูดออกมา
วันนั้นเลยจบแค่นั้น ใส่เสื้อผ้า นอนจ่ะ
หลังจากนั้นก็พยายามฝึกฝนภาคปฏิบัติกันเรื่อยๆ เป็นเวลา 2 อาทิตย์ ก่อนที่เราต้องกลับไทยแลนด์

เราไปอยู่แค่ 3 เดือน  รู้ว่ามันเป็นระยะเวลาที่สั้นมาก มากเกินกว่าที่จะมาเสียมันไปทั้งๆที่รักษามาตลอด
แต่สิ่งที่ทำให้เรามั่นใจในผู้ชายคนนี้ คงเป็นเราเท่านั้นที่สัมผัสได้
เราก็แอบกลัวนะว่าความรักครั้งนี้มันไม่ยืนยาว เรามาแล้วเราต้องกลับ เราอยู่ห่างกันคนละซีกโลก
ถ้าเรากลับแล้วก็ยากที่จะเจอกัน เค้าอาจจะต้องไปเจอใครใหม่เพราะหน้าที่การงานที่ง่ายต่อการพบเจอผู้คน
เราเองก็อาจจะต้องไปเจอใครใหม่ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ถ้าหนักแน่นไม่พอ
แต่ ตั้งแต่กลับมา เรายังติดต่อกัน คุยกันทุกวัน วีโอคอลกันเรื่อยๆ
บอกตรงๆ ยอมรับว่ารู้สึกแย่ เพราะบางทีที่เค้าทำงาน เราก็อยากเรียกร้องความสนใจ แถมเวลาไม่ตรงกันอีก
สตรองไม่พอจริงๆ เหงา เพราะคิดถึงเค้า คิดถึงช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน การได้รับการเทคแคร์จากเค้า
คือไม่เคยรู้สึกว่าได้รับสิ่งพวกนี้มากมายขนาดนี้จากแฟนคนไทยเลย

ย้ำ!! นี่คือประสบการณ์และความรู้สึกส่วนตัวหาคู่นะคะ ชี้แนะอะไรได้ ตำหนิได้แต่อย่าแรงมากนะ
ไม่ได้มาบอกว่ามีแฟนเป็นคนไทยแล้วแย่ อันนี้มันแล้วแต่นิสัยส่วนตัวเนอะ เพราะคนที่ดีเราก็เจอ แต่เรารักษาเค้าไว้ไม่ได้เอง

สิ่งที่อยากจะขอเลย คือกำลังใจ หรือมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ของคนมีแฟนคนละทวีป คนละซีกโลก รับมือกันยังไง
หรือใครเคยมีแฟนต่างชาติ เค้ามีนิสัยแบบไหนกันบ้าง ชอบคนไทยหรือต่างชาติ แบบไหนแซ่บกว่ากัน(ในทุกๆด้าน)
ส่วน เรื่องบนเตียงบนโซฟาในห้องน้ำหรือริมหน้าต่างก็แชร์ได้นะคะ น้องจะเรียนรู้ไว้และนำไปปรับใช้
ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แฟนจะมาหาต้นปีหน้า บางทีก็คิดว่าเรื่องนี้ก็สำคัญสำหรับชีวิตคู่นะ(บางคนอาจไม่ยอมรับขอให้ข้ามไปค่ะ)

*ถามเกี่ยวกับ work and travel หลังไมค์มาได้เลยนะ ยินดีตอบทุกเรื่องเช่นกันค่ะ
ค่าใช้จ่าย รัฐ เมือง งาน ที่พัก เอเจนท์ กำไรที่ได้มา ของที่ควรตุนไปจากไทย

 

 

เรียบเรียงโดย: Mccontent

ที่มา: pantip

8 ไอเดีย DIY จากของใกล้ตัว สำหรับคนรักเทคโนโลยี

แม้ว่าทุกวันนี้จะมีสินค้าที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เลือกจับจ่ายมากมาย ซึ่งมีราคาตั้งแต่ระดับเบาๆ ไปจนถึงระดับที่ทำให้กระเป๋าฉีกได้ งั้นมาลองดูไอเดียงานประดิษฐ์สิ่งอำนวยความสะดวกเจ๋งๆ ไว้ใช้งานร่วมกับโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อื่นๆ จากของใกล้ตัว รับรองว่าถูกใจ ประหยัด และใช้งานได้จริงแน่นอน  

นี้เหมาะสำหรับในช่วงวันหยุดฤดูร้อนที่ใครๆ ก็มักจะไปทะเลกัน มีลักษณะการใช้งานที่ค่อนข้างเรียบง่าย จนคนรอบข้างดูไม่ออกเลยว่าคุณมาอุปกรณ์เจ๋งๆ ชนิดนี้อยู่ด้วย โดยใช้ขวดโลชั่นกันแดดที่หมดแล้วมาตัดขวดให้เปิดออกเป็นที่สำหรับใส่โทรศัพท์มือถือ หรือของมีค่าชิ้นเล้กๆ เช่น เงินหรือพวงกุญแจ เท่านี้ก็สามารถพลางตาเหล่ามิจฉาชีพบนชายหาดได้แล้ว

8 IDEA D.I.Y TECHNOLOGY

 

ไอเดียที่สองนี้ใช้วัสดุเป็นขวดพาสติกเดียวกับตัวแรก แต่สามารถเลือกขวดแบบใดก็ได้ตามที่มีอยู่ มาตัดให้เป็นที่รองโทรศัพทมือถือสำหรับห้อยกับปลั๊กเวลาชาร์จไฟ สามารถตกแต่งลวดลายเพิ่มตามชอบ เหมาะสำหรับสายชาร์จที่สั้น แต่เต้ารับอยู่สูงจากพื้น ทีนี้ไม่ว่าจะชาร์จที่ไหนก็ไม่ต้องกังวล

ไอเดียที่สามต่อยอดจากไอเดียที่สอง แต่เปลี่ยนวัสดุเป็นเศษผ้าที่เหลือใช้ หรือจากชุดลายสวยที่ใส่ไม่ได้แล้ว เพิ่มฝีมือการตัดเย็บเข้าไปอีกหน่อย ก็จะได้ถุงรองโทรศัพท์เวลาชาร์จแบตฯ แล้ว แถมยังสามารถให้เป็นของขวัญทำมือได้อีกด้วยนะ

 

 

ไอเดียที่สี่เป็นสิ่งประดิษฐ์จากของที่เคยฮิตอยู่ช่วงหนึ่งนั่นก็คือ ริสแบนด์ ที่ถึงแม้ว่ากระแสจะซาไปนานแล้ว แต่ก็ยังมีผู้นิยมใส่อยู่ แต่สำหรับใครที่ไม่ค่อยได้ใส่และไม่รู้จะเก็บไว้ไหน ลองเอามาทำเคสมือถือดูสิ่ สำหรับในรูปที่นำมาให้ชมเป็นตัวอย่างเป็นวิธีการทำเคสของ iPhone4/4s แต่สำหรับใครที่ใช้โทรศัพท์รุ่นอื่น ก็ลองเอาริสแบนด์มาวัดดูว่าพอดีหรือไม่ จากนั้นก็ลองทำตามวิธีในรูปกันเลย

 

 

ไอเดียที่ห้า สำหรับใครที่ชอบงานโชว์ฝีมือการออกแบบ และเบื่อเคสเดิมๆ ที่ใช้อยู่ ลองใช้อุปกรณ์สำหรับงานประดิษฐ์ เช่น กากเพชร, ของตกแต่งที่เหลือจากปีใหม่, กาว, น้ำยาเคลือบ และอื่นๆ แล้วแต่จะออกแบบ มาลองตกแต่งเคสมือถือในสไตล์ของตัวเองดูสิ่ ลองทำได้กับเคสทุกรุ่นไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นตามภาพก็ได้ เผลอๆ อาจจะสร้างรายได้อีกช่องทางหนึ่งด้วยนะ

 

 

ไอเดียที่หก สำหรับปัญหายุ่งๆ เหยิงๆ ที่คนใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ต้องชาร์จแบตประสบกันก็คือ การเสียบปลั๊กของอุปกรณ์หลายๆ ชนิดพร้อมกันบนเต้ารับ เวลาจะดึงออกทีก็สับสนว่าอันไหนเป็นอันไหน ดึงอันนี้อันนั้นดับ และเสียเวลา ลองใช้แผ่นพลาสติกรัดถุงขนมปังที่มักจะเป็นขยะเสมอเวลากินเสร็จ มาลองกลัดเข้ากับสายไฟ แล้วเขียนชื่ออุปกรณ์ลงไปสิ่ รับรองว่าความนี้ไม่งงแน่นอน

 

 

ไอเดียที่เจ็ด ก็ยังเป็นงานประดิษฐ์สำหรับการจัดระเบียบเช่นเดียวกับไอเดียที่หก ซึ่งอีกเรื่องที่หยุ่งเหยิงไม่แพ้กันก็คือ การเก็บสายชาร์จไฟ ไม่ว่าจะเป็นของมือถือ (บางคนก็มีหลายเครื่องซะด้วย), แท็บเล็ต , กล้องถ่ายรูป, โน็ตบุ๊ค, แบตสำรอง ฯลฯ ซึ่งถ้าใครพอจะมีเวลาว่างๆ ก็ลองเอากล่องกระดาษเหลือใช้มาประดิษฐ์ที่ใส่สายชาร์จที่มีช่องให้ใส่หลายๆ ช่อง ช่วยให้สายไม่พันกัน ไม่พังเร็ว เป็นระเบียบและหยิบใช้ง่ายอีกด้วย

 

 

ไอเดียที่แปดสำหรับคนที่ขี้เกียจมานั่งประดิษฐ์กล่องแบบไอเดียที่เจ็ด ลองใช้แกนกระดาษทิชชู่ที่เหลือใช้ มาสอดสายไฟในเข้าไปให้เป็นระเบียบ เก็บลงกล่องก็ง่าย หรือจะเขียนข้อความกำกับไว้ก็ยิ่งหยิบใช้งานสะดวกมากขึ้น แถมยังใช้กับสายไฟยาวๆ ได้หลายขนาดอีกด้วยโปรเน็ต

 

 

และหากบทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่าน หรือคนที่ผู้อ่านหวังดีก็อย่าลืมแชร์ให้เค้าได้อ่านด้วยนะครับ

 

 

 

เรียบเรียงโดย: MCCONTENT

ที่มา:news.siamphone.com

 

 

 

การว่ายน้ำ กับคุณประโยชน์ ที่ได้รับ แบบคนทั่วๆไป ไม่คาดฝัน

กีฬาว่าย เป็นกีฬาสากลที่ทั้งโลกเล่นกันโดยในแต่ว่าที่อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีวัตถุประสงค์ต่างกัน บ้างว่ายเพื่อเอาชีวิตรอดจากภัยที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติบ้างว่ายเพื่อความเพลิดเพลินบ้างว่ายเพื่อเป็นกีฬาการประลองแม้กระทั้งในประเทศไทยในตอนนี้มีการเรียนการสอน fun88 เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของสถานศึกษามาตรฐานสากลเพื่อปกป้องตนเองจากการจมน้ำและก็เพื่อช่วยเหลือคนอื่นๆที่จมน้ำในสระว่ายน้ำหรือตามแหล่งธรรมชาติและก็พร้อมต่อกรกับน้ำท่วมที่บางทีอาจเกิดขึ้นได้ด้วย
fun88คุณประโยชน์ของกีฬาว่ายนั้นถือได้ว่าเป็นการบริหารร่างกายอีกด้วยการบริหารร่างกายโดยธรรมดานั้นเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายอยู่สุดแต่การว่ายน้ำนั้นทำให้พวกเราได้บริหารร่างกายครบทุกส่วนอีกด้วยแม้ fun88 กระนั้นแม้กระนั้นพวกเราควรจะมองความรู้ความเข้าใจของพวกเราเพราะว่าพวกเรามีความรู้ความเข้าใจด้านนี้มากน้อยแค่ไหนไม่สมควรหักโหมการบริหารร่างกายจนมากเหลือเกินมัวแต่พอเหมาะพอควรกับตัวเรา

การว่ายน้ำที่เกิดขึ้นในทีแรกนั้นเกิดขึ้นในปี ซึ่งการแข่งขันชิงชัยคราวนี้ทำให้เป็นจุดกำเนิดที่ทำให้กีฬาว่ายเป็นที่ชื่นชอบเยอะขึ้น แม้กระนั้นถัดมามีการระบุท่าการว่ายน้ำให้เป็นแบบสากลเสมือนในตอนนี้กีฬาว่ายเป็นกีฬาที่ใช้

เครื่องไม้เครื่องมือสำหรับในการเล่นไม่มากมายแม้กระนั้นเครื่องไม้เครื่องมือแต่ละจำพวกก็เพื่อความคล่องตัวสำหรับเพื่อการเล่นรวมทั้งเพื่อให้เกิดความปลอดภัยของผู้เล่นหรือนักกีฬาว่ายทุกคนจะเล่นเป็นกีฬาหรือเล่นเพื่อออกแรงก็ได้แล้วก็ยังเป็นการเครียดน้อยลงเจริญอีกด้วยคุณประโยชน์ของการว่ายน้ำมีมากทำให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงอีกด้วย