ติดการพนัน หายนะชีวิต กับ 4 สาเหตุ วัยรุ่นเสี่ยงติดพนัน จนโงหัวไม่ขึ้น

 

โรคติดการพนัน

สิ่งที่เป็นปัญหาเริ่มจากการมีส่วนทำให้เกิดแรงจูงใจในการอยากเล่น อยากลอง อยากเสี่ยงโชคของเด็ก ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่มีการควบคุมดูแล จากพฤติกรรมแค่ทดลองเพื่อความสนุก ก็อาจพัฒนาไปจนถึงขั้นเป็นโรคติดการพนัน (Pathological Gambling) ในอนาคต เหมือนเช่นที่เกิดขึ้นในผู้ใหญ่หลายๆท่าน  และ นี่เป็นการระบุของ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพจิตสังคม กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ต่อกรณีปัญหามุมหนึ่งของ “สลากพนัน”  ถึงลักษณะอาการของผู้ที่เข้าข่ายเป็นโรคติดพนัน ซึ่งน่าจะลำดับให้เห็นกันเป็นข้อๆ อีกครั้ง กล่าวคือเด็กที่เข้าข่ายมีอาการจากจิตใจต่อเนื่องถึงพฤติกรรม ว่าจะเป็นโรคติดพนัน จะมีลักษณะ 9 ข้อ หลักๆ ดังนี้คือ ไปดูกันเลย

1.มีพฤติกรรมคิดหมกมุ่นในเรื่องการพนันอยู่ตลอดเวลา

2.พบ ว่ามีการเพิ่มปริมาณความถี่ในการเล่นพนันหรือเพิ่มจำนวนเงินเล่นพนันขึ้นเรื่อยๆ

3.มีความคิดที่พยายามจะหยุด ลด ละ เลิกเล่นพนัน หลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ

4.ใช้การเล่นพนันเป็นทางออกในการหนีปัญหา

5.แม้ว่าจะเล่นพนันเสียจนเป็นหนี้ แต่ก็จะใช้วิธีเล่นพนันเพิ่มขึ้นเพราะหวังได้เงินใช้หนี้

6.มักพูดปด ปกปิด เพื่อนหรือคนในครอบครัว

7.ทำเรื่องผิดกฎหมาย เพื่อนำเงินมาเล่นพนัน

8.มีปัญหาสัมพันธภาพกับเพื่อนและครอบครัว

9.ขอยืมเงินผู้อื่นเพื่อไปจ่ายหนี้พนัน

fun88ผลกระทบจากการติดการพนัน สามารถทำให้เกิดปัญหา ต่างๆ ได้อีกมากมาย จนอาจจะนำไปสู่การตัดสินใจแก้ปัญหาแบบผิดๆ ได้” ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพจิตสังคมชี้ไว้ พร้อมทั้งยังบอกด้วยว่า ปัญหา “สลากพนัน” นี้แม้จะเกิดขึ้นในระดับเล็ก แต่ถ้าถูกปล่อยทิ้งไว้นานวัน โดยไม่มีหน่วยงานใดสอดส่องดูแลและตรวจสอบ-แก้ไข “อาจจะบานปลายสร้างปัญหาสังคมที่ใหญ่ขึ้นได้
เพราะแม้การชิงโชคจากสลากประเภทนี้จะมีมูลค่าไม่มาก เมื่อเทียบกับปัญหาด้านอื่นๆ แต่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการชักจูงและเชื่อมโยงเด็กและเยาวชนให้ก้าวเดินไปสู่ปัญหาอื่นๆ ต่อไปในอนาคต
ทั้งนี้กับเรื่องของ “โรคติดพนัน” นั้น นพ.ทวีศิลป์ ยังเคยให้ความรู้ความเข้าใจต่อสังคมไว้ในวาระอื่นด้วยว่า สถิติสากลในภาพรวมเกี่ยวกับโรคติดพนัน พบว่าประมาณร้อยละ 3 ของประชากรทั่วไปเป็นโรคติดการพนัน ซึ่งอาจจะดูเป็นตัวเลขที่น้อย แต่สิ่งที่น่ากลัวคือตัวเลขขยับขึ้นในช่วงวัยของเด็กที่โตเป็นวัยรุ่นเยอะขึ้น คือร้อยละ 8 ของวัยรุ่นทั่วไปเป็นโรคติดการพนัน ซึ่งในต่างประเทศจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มานานแล้ว ภาพรวมทุกประเทศยังขนาดนี้…แล้วในไทยจะขนาดไหน กันล่ะ

อย่าลืมว่าคนไทยเราเองก็ยอมรับว่า “คนไทยชอบพนัน”

และกับ “โรคติดพนัน” ซึ่ง “สลากพนัน-จับเบอร์” อาจจะเป็น “พาหะนำโรค” สู่คนไทยตั้งแต่วัยเด็ก กับ “โรคติดพนัน” นี้อดีตนางสาวไทยที่ปัจจุบันเป็นจิตแพทย์ คือ หมอเบิร์ด พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ จิตแพทย์โรงพยาบาลศรีธัญญา ก็เคยเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจให้กับสังคมไทยไว้เช่นกัน โดยสรุปก็เช่น คนที่ติดการพนัน จนระบุได้ว่าป่วย จนควรต้องพบแพทย์นั้น มีข้อสังเกตอยู่ 10 ข้อคือ

1.หมกมุ่นอยู่กับการพนัน

2.ต้องเพิ่มเงินในการเล่นพนันเพื่อให้รู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ

3.ไม่สามารถหยุดเล่นพนันได้

4.มีอาการกระวนกระวายเวลาที่หยุดเล่นพนัน

5.ใช้การพนันเพื่อหลบเลี่ยงปัญหาทางจิตใจต่างๆ

6.พอเสียเงินจากการพนันก็จะรีบหาเงินกลับมาเล่นใหม่

7.เริ่มพูดปดกับครอบครัวเพราะการพนัน

8.เริ่มทำผิดกฎหมายเพราะติดการพนัน

9.สูญเสียความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดเพราะการพนัน และข้อสุดท้ายคือจุดจบ

10. เกิดความหายนะกับชีวิต เพราะโรคติดพนัน

fun88

ซึ่งสลากพนัน ก็อาจเป็นพาหะแรกๆ ของโรคร้ายนี้!! ผลัพธ์-ผลร้ายจากการเป็น “โรคติดพนัน” นั้น ไม่เพียงทำให้หมดเนื้อหมดตัวยิ่งกว่าไฟไหม้บ้าน แต่ถึงขั้นอย่างที่คนโบราณบอกว่า “ฉิบหาย-ขายตัว ”(คำอาจจะไม่สุภาพเราขออภัยไว้ในที่นี้ด้วย) ซึ่งสำหรับหมอเบิร์ดก็เคยระบุไว้อย่างน่าคิดเมื่อกัน

ประมาณร้อยละ 20 ของผู้เล่นการพนันมีแนวโน้มที่จะ ฆ่าตัวตาย (เพราะซึมเศร้า) เรื่องการพนันควรเป็นเรื่องของการรับผิดชอบร่วมกัน อาจไม่ได้ไปบอกด้วยตัวเอง แต่ต้องมีผลในการผลักดันกฎหมายว่าทำอย่างไรจะมีการควบคุม “สังคมต้องสอดส่องร่วมกัน เพราะการพนันไม่ใช่แค่เล่นสนุกๆ แต่มันคือความเจ็บป่วย และมันเป็นเรื่องของการฆ่าตัวตาย และอาจมี สารเสพติด เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย”

น่าจะพอเห็นภาพชัดขึ้นว่า “โรคติดพนัน” ร้ายแค่ไหน ควรจะใส่ใจ “สลากพนัน” กันจริงจังเพราะมันก็พาหะ อาจทำให้เด็กไทยเติบโตขึ้นโดยมีผีพนันสิงก็เป็นได้ ต่อมาเรามาดูกันดีกว่าว่าจากเด็กแล้วก็ยังมีกลุ่มวัยรุ่นด้วยเช่นกัน ไปดูกันเลยจ้า

4 สาเหตุ วัยรุ่นเสี่ยงติดพนัน

การพนันส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมติดการพนันและ พัฒนาการของเด็กและเยาวชนโดยเฉพาะด้านสมอง งานวิจัยด้านการแพทย์ระบุชัดเจนว่าการพนันเป็นเกมที่สามารถทำลายสมองของเด็ก และเยาวชนได้อย่างถาวร

งานวิจัยทบทวนเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับผลกระทบระยะ ยาวจากการพนัน พบข้อมูลที่ยืนยันว่า การพนันไม่ใช่แค่เกมสนุก แต่เป็นเกมที่สามารถทำลายสมองของเด็กได้อย่างถาวร สถาบันวิจัยเกี่ยวกับสุขภาพจิตในอเมริกา (National Institute of Mental Health) โดย Ernts และคณะ ได้ศึกษาโครงสร้างสมองของวัยรุ่นด้วยการถ่ายเอ็กซเรย์สมองด้วยคลื่นแม่เหล็ก ไฟฟ้า (MRI) พบว่า สมองของวัยรุ่นยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ชี้ให้เห็นว่า ช่วงวัยรุ่นตอนต้นเป็นวัยที่ยังขาดความยับยั้งชั่งใจ ซึ่งสมองส่วนหน้าซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการคิดที่ใช้เหตุผล (Prefrontal Cortex) จะพัฒนาสมบูรณ์ในช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป ถ้าวัยรุ่นหมกมุ่นหรือติดการพนันจะส่งผลให้สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ไม่เพิ่มเนื้อสมอง สมองส่วนหน้าจะไม่พัฒนาอย่างถาวรและยังอาจถูกคัดทิ้ง (Pruning) เพราะไม่ได้ใช้งาน ส่งผลต่อระบบคิดและพฤติกรรมที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต คือ จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่อดทนรอความสำเร็จ หวังได้เงินมาอย่างง่ายๆ และรวดเร็ว

fun88

การพนันเป็นเกม ที่ยั่วยุให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกได้มาก ไม่ว่าผู้เล่นจะอยู่ในสถานการณ์ที่ได้หรือเสีย ดังนั้นเด็กและเยาวชนจึงเป็นช่วงวัยที่มีความเสี่ยงสูงมากที่จะติดการพนัน ได้ง่ายและถอนตัวได้ยาก สาเหตุที่วัยรุ่นติดการพนันได้ง่ายมีดังนี้

1.สื่ออินเตอร์เน็ตออนไลน์ มีโฆษณามากมายบนโลกอินเตอร์เน็ตเพียงแค่คลิกก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้อย่างง่ายดาย

2.เพื่อน เพื่อนเป็นคนแนะนำให้เล่น และวัยรุ่นมีแนวคิดลองเล่นดูดีกว่า

3.ร้อนเงิน หรือ มีความต้องการวัตถุตามสมัยนิยมสูง

4.ปัญหาครอบครัวเกิดจากการที่ต้องการประชดพ่อแม่ หนีออกนอกบ้านและหาเงินใช้เอง บางคนหาทางออกด้วยการไปเล่นพนันทำให้ติดหนี้

นอกจากนี้เด็กและเยาวชนยังเข้าถึงแหล่งพนันได้ง่าย จากการจัดวงโฟกัสกรุ๊ปเยาวชนที่มีประสบการณ์ด้านพนัน (เมษายน 2554) มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ พบว่า เยาวชนส่วนใหญ่ที่เล่นการพนันมีสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยการพนัน เช่น มีโต๊ะสนุกอยู่ใกล้บ้าน และในร้านสนุกเกอร์ก็มักจะมีตู้ม้าอยู่ด้วยเสมอ ในร้านสะดวกซื้อซึ่งตั้งอยู่ทุกหนทุกแห่งมักมีนิตยสารฟุตบอลที่บอกอัตราแต้ม ต่อสำหรับเล่นพนันฟุตบอล ตามมหาวิทยาลัยมีโต๊ะบอลตั้งอยู่รอบๆ มีเด็กเดินโพยบอลไปชวนเล่นพนันบอลถึงในมหาวิทยาลัย สิ่งเหล่านี้คนทั่วไปรับรู้ แต่ก็ปล่อยให้เกิดขึ้นต่อไป

ในต่างประเทศมีรูปแบบบริการป้องกันและแก้ไขปัญหาติด การพนันโดยเฉพาะ เพราะจัดว่าการติดพนันเป็นเรื่องผิดปกติ โดยบริการประกอบด้วยบริการปรึกษาทางโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง บริการให้คำปรึกษาผ่านอินเตอร์เน็ตรูปแบบโปรแกรมบำบัดและฟื้นฟูผู้มีปัญหา ติดการพนัน ศูนย์ให้คำปรึกษาสำหรับผู้มีปัญหาและครอบครัว และศูนย์บำบัดและฟื้นฟูเฉพาะผู้มีปัญหาติดการพนัน

ปัจจัยที่ทำให้การพนันในสังคมไทยเพิ่มอย่างรวดเร็ว มีทั้งแรงกดดันจากภายนอก เห็นได้จากประเทศรอบข้างเราเปิดบ่อนกาสิโนมากมาย และคาดการณ์ว่าใน ปี 2015 ตลาดกาสิโนในเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นจาก 29% เป็น 43%

ปัจจุบันพบว่าการพนันอยู่คู่กับคนไทยประชาชน จำนวนครึ่งหนึ่งของประเทศ 32 ล้านคนเคยเล่นการพนัน ที่น่าเป็นห่วงคือ ประมาณ 1.6 ล้านคนติดการพนันซึ่งเป็นปัญหาสังคมและปัญหาสุขภาพจิต

ขอบคุณแหล่งที่มา : http://www.smartteen.net/main/index.php?mode=maincontent&group=90&id=698&date_start=&date_end=

https://www.fun88.io/advantages-cons-fun88

รูปร่างถึงเหมือนคน Moai นั้นคืออะไร ไขปริศนาให้กระจ่าง

การไขปริศนาของโมอายแท้จริง

เป็นที่สรุปออกมาแล้วว่า โมอาย (Moai) กว่า 900 ตัว ที่ถูกค้นพบบนเกาะอีสเตอร์ เป็นฝีมือการประดิษฐ์ของมนุษย์ชาวโพลิเนเชียนนั่นเองเอง เนื่องจากหลักฐานระบุว่า ที่บนเกาะแห่งนั้นมีเหมืองหินขนาดใหญ่อยู่แล้ว การแกะสลักโมอายทั้งหมดจึงใช้วัตถุดิบจากหินภูเขาไฟซึ่งมีความแข็งและคมกว่าหินภายในเหมืองหิน มาเป็นเครื่องมือในการแกะสลันั่นเอง

เหตุใดอารยธรรมเหล่านี้จึงสาปสูญไป

เหตุผลที่อารยธรรมของพวกเขาเหล่านี้สาปสูญไป ก็เป็นเพราะพวกเขาได้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่บนเกาะจนหมดสิ้นไปแล้ว จากเดิมเป็นเกาะแห่งนี้เคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ที่คอยกำบังแดดร้อนให้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป  เมื่อมรัพยากรสิ้นสุดลง ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องไปหลบแดดอยู่ภายในถ้ำ นอกจากนี้ นักประวัติศาสตร์ยังพบอีกด้วยว่า บนเกาะแห่งนี้ได้เกิดสงครามเพื่อแย่งชิงอำนาจการปกครองบนเกาะกัน รวมไปถึงมีการใช้สิทธิขาดในการใช้ทรัพยากร ย่างไรก็ตาม พวกเขาก็พยายามหาทางแก้ไขความขัดแย้งครั้งนี้ โดยการจัดการแข่งขัน ‘มนุษย์นกขึ้น’ (Birdman) ซึ่งการแข่งขันแบบสุดหฤโหดนี้จะคัดเลือกตัวแทนของแต่ละเผ่าที่เก่งที่สุดออกมา และจะมาวิ่งแข่งลงจากหน้าผาที่สูงชันถึง 1000 ฟุต ต่อด้วยการว่ายน้ำฝ่าฝูงฉลามไปยังเกาะนกนางนวล จากนั้น ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกหยิบไข่นกนางนวลกลับมา ก่อนจะว่ายน้ำกลับมาเพื่อนำไข่ไปให้แก่ผู้นำของตนเอง หากเผ่าใดสามารถชนะการแข่งขันครั้งนี้ได้ หัวหน้าเผ่าเหล่านั้นก็จะเป็นผู้นำที่สามารถใช้สิทธิอันเด็ดขาด และมีอำนาจสูงสุดในการปกครองเกาะแห่งนี้ไปอีก 1 ปี พอครบปี ก็จะมีการคัดเลือกผู้นำเกาะคนใหม่ขึ้นมาแทน

fifa55

มรดกโลกเกี่ยวข้องกับ Moai ยังไง

เมื่อปี พ.ศ. 2533 โมอายได้ถูกรับเลือกให้เป็นมรดกโลก ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้ ได้แก่

  • โมอายถือเป็นตัวแทนผลงานชิ้นเอกที่ถูกสร้างขึ้นจากการสร้างสรรค์อันแสนชาญฉลาด
  • โมอายเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ยังคงปรากฏให้คนทั่วโลกได้เห็นและสัมผัสตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
  • โมอายเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของวัฒนธรรมมนุษย์ รวมไปถึงขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งสถาปัตยกรรม อันบ่งบอกถึงกรรมวิธีการก่อสร้าง หรือการลงหลักปักฐานของมนุษย์ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่เสื่อมสลายได้ง่ายจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมและวัฒนธรรมตามช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ใช้เรียนรู้เพื่ออนาคตได้เป็นอย่างดี

FIFA 2018 สุดยอดเกมส์ เพียงแค่ได้ยินชื่อ FIFA ทุกคนต้อง ร้อง….โอ้ เป็นเสียงเดียวกัน !!!

จากวันนี้ก็ผ่านไปปีนึงแล้วที่เราสนุกสนานกับ FIFA17 หรือ PES 2017 (แล้วแต่คนเล่น) ส่วนปีนี้ศึกสงครามระหว่างเกมบอล 2 เกมนี้ก็ยังเป็นเรื่องชวนดราม่าบนโลกโซเชียลอีกเช่นเดิม และก็คงเป็นประเด็นที่นังถูกพูดถึงไปอีกนานด้วย

แต่สำหรับแฟนบอลฮาร์ดคอร์แล้ว บางปัจจัยอาจจะเป็นตัวชี้ขาดว่าจะซื้อเกมไหนดี แต่ด้วยหลายๆมุมมองแล้วดูเหมือนว่า “FIFA 18” จะยังครองบัลลังก์เกมบอลที่ดีที่สุดของปีนี้ ถึงแม้จะมีข้อเสียที่ยังด้อยกว่า PES ก็ตาม ยังไงก็ลองอ่านบทความของเราที่เปรียบเทียบระหว่าง FIFA 18 และ PES 2018

รายละเอียดทั่วไป

ถ้าพูดถึงภาคก่อนแล้วมีหลายๆอย่างที่เราชื่นชอบใน FIFA 17 โดยเฉพาะการอัพเดทตัวผู้เล่นแบบเกือบจะ Realtime หรือจะเป็นลิขสิทธิ์ชื่อสโมสรและผู้เล่นเหมือนจริงก็ยังคงเดิมไว้ใน ข้อปฏิบัตใน FIFA55 2018 แต่แน่นอนว่าทาง EA Sports ก็ไม่ได้นิ่งเฉยระหว่าง 1 ปีที่ผ่านมา ทีมงานได้พัฒนาจากสิ่งที่เค้าดีอยู่แล้วได้มีการพัฒนารายละเอียดหลายๆอย่างให้ดีขึ้นไปอีก ยังไงแล้วจุดนี้คือสิ่งที่ FIFA ทำได้ดีกว่าทาง PES อยู่เสมอ

โหมด The Journey

สำหรับภาคนี้ก็ได้สานต่อจากภาคที่แล้ว โดยเราได้ช่วยให้นักเตะดาวรุ่งหน้าใหม่ “Alex Hunter” ไต่ขึ้นมาตามลีกต่างๆจนได้เข้าสโมสรที่ตัวเองหวังไว้ (สโมสรที่เราเลือกไว้) กลับมาในภาคนี้เนื้อเรื่องจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ โดยคราวนี้ Alex Hunter ใฝ่ผันที่จะได้ไปแข่งระดับโลก ตั้งแต่เริ่มเรื่องมาเราก็ได้กระทบไหล่กับยอดนักเตะอย่าง Cristiano Ronaldo หรือนั่งพูดคุยกับ Rio Ferdinand ด้วย ซึ่งจุดนี้ก็ได้เพิ่มความเข้มข้นจากภาคที่แล้วเมื่อเราได้มีโอกาสในการแข่งขันกับสโมสรระดับโลก

เริ่มต้น The Journey จะมีให้เลือกสโมสร

การดำเนินเนื้อเรื่องของ Alex Hunter ก็ถือว่าค่อนข้างดี เพราะหลายๆครั้งที่ผมมีอารมณ์ร่วมกับไอ้หนูนี่จนอยากให้มันได้ดิบได้ดีซะจริงๆ และสิ่งที่ยังอยู่คือระหว่างเล่นสามารถเลือกควบคุมตัว Alex Hunter คนเดียว หรือจะบังคับแบบทั้งทีมก็ได้ แต่ที่เพิ่มมาในภาคนี้คือหากเรามีเพื่อนมาเล่นด้วย เพื่อนเราจะสามารถเล่น Co-Op ในเนื้อเรื่องได้ด้วย แถมยังให้เพื่อนเข้ามาช่วยเล่นกับเราได้มากถึง 3 คนอีกต่างหาก!!

มี feature เล็กๆน้อยที่เพิ่มขึ้นมาคือ skill tree ที่คล้ายกับเกม RPG และมี objective ต่างๆที่ต้องทำเพื่อ unlock skill พิเศษ นอกจากนั้นก็มีเรื่อง character customization อย่างเช่นการเปลี่ยนชุด หรือทรงผม ก็ทำให้รู้สึกว่าเรามีส่วนร่วมกับตัวละครดี (และคงเป็นอีกแนวทางที่ EA หาเงินสปอนเซอร์)

ระบบเพิ่ม skill เหมือนเกม RPG !!

ส่วนเนื้อเรื่องนั้นฉาก Cutscene หลายๆครั้งผมรู้สึกว่า Dialogue เลือกได้ค่อนข้างจำกัด และหลายครั้งรู้สึกว่าการตัดสินใจของเราไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตของตัว Alex Hunter เลย ทำให้เกิดรู้สึกว่าเราเป็นเพียงแค่ “คนดู” เท่านั้น แทนที่จะรู้สึกว่าเรามีส่วนร่วมในความสำเร็จหรือความล้มเหลวในชีวิตนักเตะของเจ้าหนูคนนี้

แต่สุดท้ายแล้ว The Journey เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆที่เกมบอลอื่นๆไม่เคยทำมาก่อน (ซึ่งเริ่มมาจากภาคที่แล้ว FIFA 17) ซึ่งผ่านไปหนึ่งปีแล้วก็จริง แต่ทาง PES ก็ยังไม่หาอะไรมาตอบโจทย์ให้กับผู้เล่นได้เหมือนกับที่ The Journey ให้ได้ คืออย่างน้อยก็ลองทำโหมดเนื้อเรื่องมาแข่งกับ FIFA สักหน่อยอะไรก็ว่ากันไป

Gameplay

ระบบการเล่นของ FIFA 18 ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นจากภาคที่แล้ว สิ่งที่ผมสังเกตเห็นที่แตกต่างจากภาคเก่าก็จะคือรู้สึกที่เกมช้าลงนิดนึง (ผู้เล่นวิ่งช้าลง ลูกบอลวิ่งช้าลง) ซึ่งทำให้รู้สึกถึงความสมจริงมากขึ้น ถ้าเทียบกับ PES แล้ว เรารู้สึกได้ว่า FIFA ยังให้ความรู้สึกของเกม “Arcade”

FIFA 18 คือ Bernabeu

EA ได้ยืนยันว่าทีมงานได้รื้อโค้ดของ FIFA 17 ทิ้งและเริ่มสร้างใหม่โดยปรับปรุงในเรื่องการขยับตัวของผู้เล่นให้มี อนิเมชั่นที่ลื่นไหลขึ้น สามารถพลิกแพลงได้กลางท่า และปรับปรุงกลยุทธ์ของ AI ของแต่ละทีมให้แตกต่างไป อย่างเช่น Chelsea จะชอบเล่นลูกขึ้นปีก หรือผู้เล่นดังๆแต่ละคนจะมาในสไตล์การเล่นที่แตกต่างออกไป อย่างเช่น Messi ที่ชอบเลี้ยงลูกเข้าเขตโทษ เป็นต้น

แต่สิ่งที่ผมไม่ชอบในเกม FIFA (ถ้าเทียบกับ PES) ก็คือ “ระบบ AI และระบบ Gameplay” ที่ทีมงานทำให้บุกง่ายขึ้น ยิงลูกเข้าประตูง่าย (ยิงโครตแรง!) ภาคนี้ขนาดยิงลูกจากนอกเขตโทษก็เข้ากันได้ง่ายๆ ผลที่ตามมาก็ทำให้ “การป้องกันประตู” ทำได้ยากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เกมขาดความสมดุลและไม่สมจริง เพราะผู้เล่นบางคนที่มี “กลยุทธ์ใช้เกมรับ” เป็นหลัก อาจจะรู้สึกว่ามันไม่แฟร์เมื่อแนวโน้มของเกมเกมบังคับให้ผู้เล่นเน้นไปที่เกมรุก ซึ่งตอนแรกนึกว่ารู้สึกไปเอง แต่พออ่านความเห็นจากที่อื่นๆแล้ว ก็เห็นว่ามีคนคิดเหมือนนี้เหมือนกัน

 

 

 

ประวัติความเป็น กีฬา วอลเลย์บอล พร้อมทั้งเทคนิคต่างๆมากมาย

กีฬาวอลเลย์บอลถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1896 โดยนายวิลเลียม จี. มอร์แกน ผู้อำนวยการฝ่ายพลศึกษาของสมาคม Y.M.C.A. เมืองฮอลโยค รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศอเมริกา ซึ่งได้เกิดขึ้นเพียง 1 ปี ก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ ครั้งที่ 1 ณ กรุงเอเธนส์ โดยเขามีความคิดที่ต้องการให้มีกีฬาสำหรับเล่นในช่วงฤดูหนาวแทนกีฬากลางแจ้งเพื่อออกกำลังกายพักผ่อนหย่อนใจยามหิมะตก

เขาได้เกิดแนวความคิดที่จะนำลักษณะและวิธีการ เล่นของกีฬาเทนนิสมาดัดแปลงใช้เล่น จึงใช้ตาข่ายเทนนิสซึ่งระหว่างเสาโรงยิมเนเซียม สูงจากพื้นประมาณ 6 ฟุต 6 นิ้ว และใช้ยางในของลูกบาสเกตบอลสูบลมให้แน่น แล้วใช้มือและแขนตีโต้ข้ามตาข่ายกันไปมา แต่เนื่องจากยางในของลูกบาสเกตบอลเบาเกินไป ทำให้ลูกบอลเคลื่อนที่ช้าและทิศทางที่เคลื่อนไปไม่แน่นอน จึงเปลี่ยนมาใช้ลูกบาสเกตบอล แต่ลูกบาสเกตบอลก็ใหญ่ หนักและแข็งเกินไป ทำให้มือของผู้เล่นได้รับบาดเจ็บ

จนในที่สุดเขาจึงให้บริษัท Ant G. Spalding and Brother Company ผลิตลูกบอลที่หุ้มด้วยหนังและบุด้วยยาง มีเส้นรอบวง 25-27 นิ้ว มีน้ำหนัก 8-12 ออนซ์ หลังจากทดลองเล่นแล้ว เขาจึงชื่อเกมการเล่นนี้ว่า “มินโทเนตต์” (Mintonette)

ค.ศ.1896 ได้มีการประชุมสัมมนาผู้นำทางพลศึกษาที่วิทยาลัยสปริงฟีลด์ (Spring-field College) นายวิลเลียม จี มอร์แกน ได้สาธิตวิธีการเล่นต่อหน้าที่ประชุมหลังจากที่ประชุมได้ชมการสาธิต ศาสตราจารย์ อัลเฟรด ที เฮลสเตด (Alfred T. Helstead) ได้เสนอแนะให้มอร์แกนเปลี่ยนจากมินโทเนตต์ (Mintonette) เป็น “ลูกกลมของมอร์แกน” (Volleyball) โดยให้ความเห็นว่าเป็นวิธีการเล่นโต้ลูกบอลให้ลอยข้ามตาข่ายไปมาในอากาศ โดยผู้เล่นพยายามไม่ให้ลูกบอลตกพื้น

ค.ศ. 1928 ดร.จอร์จ เจ ฟิเชอร์ (Dr. George J. Fisher) ได้ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงกติกาการเล่นวอลเลย์บอล เพื่อใช้ในการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลในระดับชาติ และได้เผยแพร่กีฬาวอลเลย์บอลจนได้รับสมญานามว่า บิดาแห่งกีฬาวอลเลย์บอล

fifa55

การเข้ามาในประเทศไทย

วอลเลย์บอลได้แพร่เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงไหนนั้นยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่ชาวไทยบางกลุ่มเริ่มเล่นและแข่งขันวอลเลย์บอลในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ปี 2477 กรมพลศึกษาได้จัดพิมพ์กติกาเผยแพร่โดยอาจารย์นพคุณ พงษ์สุวรรณซึ่งจัดให้มีการแข่งขันกีฬาประจำปีและบรรจุกีฬาวอลเลย์บอลหญิงเข้าไว้ในรายการแข่งขันเป็นครั้งแรกโดยใช้กติกาการเล่นระบบ 9 คน และตั้งแต่นั้นมากีฬาวอลเลย์บอลก็พัฒนาขึ้นมาโดยตลอด ต่อมาเมื่อปี 2500 ได้มีการประชุมหารือพิจารณาจัดตั้งสมาคมขึ้นมารับผิดชอบ จนกระทั่งมีการจัดตั้งสมาคมวอลเลย์บอลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย (Amateur Volleyball Association of Thailand) อย่างเป็นทางการขึ้นเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2502 และเปลี่ยนระบบการแข่งขันเป็น 6 คน และต่อมาได้บรรจุเข้าในหลักสูตรชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นเมื่อปี 2521 หลักสูตรชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเมื่อปี 2524

องค์กรบริหารกีฬาวอลเลย์บอล

สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย (อังกฤษ: Thailand Volleyball Association) เป็นองค์กรกีฬาระดับชาติ สำหรับบริหารกิตติกีฬาวอลเลย์บอลของไทย ทำหน้าที่จัดการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลอย่างเป็นทางการ ทั้งวอลเลย์บอลในร่มและวอลเลย์บอลชายหาด และให้การสนับสนุนวอลเลย์บอลทีมชาติของไทย สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย เป็นสมาชิกของสมาพันธ์วอลเลย์บอลเอเชีย และสหพันธ์วอลเลย์บอลระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้กีฬาวอลเลย์บอลของไทยเป็นที่ยอมรับทั้งระดับทวีปและระดับโลก สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก กรุงเทพมหานคร

สมาพันธ์วอลเลย์บอลเอเชีย (อังกฤษ: Asian Volleyball Confederation (AVC)) หรือที่เรียกกันโดยย่อว่า เอวีซี เป็นองค์กรกีฬาระดับทวีป สำหรับบริหารกีฬาวอลเลย์บอลในทวีปเอเชียและเขตโอเชียเนีย ทั้งวอลเลย์บอลในร่มและวอลเลย์บอลชายหาด สมาพันธ์วอลเลย์บอลเอเชียเป็นสมาชิกของสหพันธ์วอลเลย์บอลระหว่างประเทศ สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

สหพันธ์วอลเลย์บอลระหว่างประเทศ (ฝรั่งเศส: Fédération Internationale de Volleyball (FIVB)) หรือที่เรียกกันโดยย่อว่า เอฟไอวีบี เป็นองค์กรกีฬาระดับโลก เป็นองค์กรสูงสุดสำหรับบริหารกีฬาวอลเลย์บอล ทั้งวอลเลย์บอลในร่มและวอลเลย์บอลชายหาด สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่โลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

กีฬาวอลเลย์บอลเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่วงการการศึกษาให้การยอมรับและสนับสนุน เป็นอย่างมาก จึงเป็นที่นิยมเล่นและมีการแข่งขันกันอย่างต่อเนื่องทั้งผู้เล่นชายและผู้ เล่นหญิง แต่ส่วนมากจะนิยมเล่นเฉพาะผู้เล่นชาย เพราะมีแบบแผน มีความเข้มแข็ง อดทน มากกว่าผู้เล่นหญิง แต่อย่างไรก็ตามกีฬาชนิดนี้ก็ยังเป็นกีฬาที่ให้ประโยชน์กับทุกคน ดังนั้นผู้เรียนหรือผู้เล่นจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา กฎ กติกา อุปกรณ์การเล่น วิธีการเล่น เพื่อที่จะสามารถเล่นในสนามได้อย่างปลอดภัย

แหล่งข้อมูลที่มา: th.wikipedia.org/

พัฒนาการของเกมส์ฟุตบอล สุดฮิตFIFA ในวัยเด็ก

กีฬาที่เป็นที่รู้จักและนิยมไปทั่วโลกคงหน้ไม้พ้นกีฬาฟุตบอล Football หรือที่พวกคนอเมริกันเรียกว่า Soccer สุดยอดกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติที่ใครๆก็ชื่นชอบมาตั้งแต่สมัยอดีตยุคสงครามโลกก็ว่าได้ และได้รับความนิยมเรื่อยมาจนเรียกได้ว่าฟุตบอลเป็นกีฬาที่คนชอบที่สุดในโลก ด้วยเหตุนี้ในบรรดาเกมส์เกี่ยวกับกีฬาทั้งหมด เกมส์ฟุตบอลเป็นเกมส์กีฬาที่ทำออกมาบ่อยที่สุด มากที่สุดและทำรายได้มากที่สุดด้วย ช่วยให้เงินหมุนเวียนในวงการฟุตบอลระดับหนึ่งเลย และกว่าจะมาเป็นเกมส์ฟุตบอลที่มีระบบการเล่นสมจริง ใบหน้านักเตะเหมือนจริงได้อย่าง fifa55 PES ทุกวันนี้ เมื่อก่อนเราก็ยังทนเล่นเกมส์ฟุตบอลง้องแง้ง ภาพงั้นๆ ตัวนักเตะไม่สมจริงกันได้ แล้วเกมส์ฟุตบอลในอดีตที่เราเคยเล่นกันมามีอะไรบ้าง ยังจำกันได้อยู่หรือเปล่า งั้นเราลองมาระลึกความหลังกันหน่อยไหม อยากดูแล้วสิ ไปกันเลย

ยุค Super Famicom

เป็นยุคเริ่มเฟื่องฟูของวงการเกมส์ฟุตบอลเลยก็ว่าได้ในเครื่อง Super Famicom เกมส์ฟุตบอลเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น หลังจากมีการแข่งขันฟุตบอลโลก US 94 บรรดาค่ายเกมส์ญี่ปุ่นหันมาสนใจสร้างเกมส์ฟุตบอลที่เน้นระบบสมจริง และชื่อนักเตะจากนักเตะระดับโลกจริงๆ ใครที่เคยเล่นเกมส์ฟุตบอลเครื่อง Super Famicom คงไม่มีใครไม่รู้จัก International Superstar Soccer หรือในชื่อญี่ปุ่นว่า World Soccer Perfect Eleven จาก Konami ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของ Winning Eleven ในปัจจุบัน และเกมส์ฟุตบอลที่ฮิตกันก่อนหน้าที่ Perfect Eleven จะมาก็มีพวก J-League Excite Stage

fifa55

ยุค PlayStation

เป็นยุคทองของเกมส์ฟุตบอลเลยก็ว่าได้ ผมจำได้เลยว่าสมัยนั้นร้านเกมส์ยังใช้เช่าเล่นเครื่อง PlayStation อยู่ ยังไม่มีร้าน Internet Cafe มากนัก เนื่องจากเกมส์ออนไลน์ยังไม่บูม และร้านเกมส์ทุกร้าน เราจะเห็นมีแต่คนเล่น Winning Eleven กันแทบทุกเครื่อง แต่บางคนอาจจะคุ้นกับ Winning Eleven ภาคอังกฤษอย่าง Goal Storm และต่อมาก็กลายเป็น France 98 หรือ International Superstar Soccer PRO’98 กันมากกว่า ซึ่งมีจุดเด่นที่ปกรูป คาร์ลอส วัลเดอร์ราม่า

ยุค PlayStation 2

เริ่มเข้าสู่ยุคตกต่ำของเกมส์ฟุตบอลจาก Konami เพราะมีการปรับเปลี่ยนระบบการเล่นพอสมควรจนเล่นยาก ช่วงแรกๆคนยังนิยมเล่น Winning ของ PS1 อยู่ เพราะเล่นง่ายกว่า ประจวบกับเกมส์ออนไลน์เริ่มบูม คนจึงเลิกเล่นเกมส์ฟุตบอลและหนีไปเล่นเกมส์ออนไลน์กันเยอะ ทำให้เหลือคนเล่นเกมส์ฟุตบอลน้อยลงมาก แถมทาง FIFA คู่แข่งก็เริ่มพัฒนาระบบการเล่นของตนมาแข่งกับ PES ของ Konami แถมยังมีภาษีดีกว่าที่ลิขสิทธิ์ทีมต่างๆเป็นของจริง ก็เลยทำให้ฐานคนเล่นของ PES น้อยลงกว่า FIFA มาจนถึงในปัจจุบัน

ยุคของการเดิมพันบอลออนไลน์พร้อมเว็บระดับมืออาชีพที่ 12betเว็บระดับชั้นนำ

ถ้าหากมีผู้ใด ทีกำลังมองหาเว็บไซต์ 12bet เพื่อต้องการอยากจะเดิมพันออนไลน์ทีดีเยี่ยมที่สุด ในช่วงเวลานี้คงหนีไม่พ้นเว็บไซต์ชั้่นนำไป นั้นก็คือ 12bet เว็บไซต์ที่มีความเพรียกพร้อมในการให้บริการกับการแทงบอลออนไลน์ที่ครบทุกวงจรที่มีคุณภาพสูงที่สุดในขณะนี้ โดยเป็นเว็บไซต์ ที่เก็บรายละเอียดเกมส์การแข่งขันชิงชัยมาให้กับสมาชิกทุกท่านได้เข้ารวมการพนันแลการเดิมพันออนไลน์ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงโดยที่ทุกท่านสามารถเลือกการเล่นแบบเดิมพันได้ง่ายยิ่งขึ้น เนื่องจากว่าเรามีให้ท่านเลือกการแทงบอลออนไลน์ในรูปแบบเดิมๆตามโต๊ะบอล หรือตาบอนการพนันเลยทำให้ 12 bet มีความพิเศษรวมทั้งมีความแตกต่างจากเว็บไซต์พันทั่วไปและยังทำให้พวกเรา มีปริมาณสมาชิกที่เข้ามารวมใช้บริการกับเว็บไซต์ของเราเยอะพอสมควร พร้อมมีลิ้งค์ให้ทุกท่านได้เข้ามาร่วมใช้บริการได้โดยตลอด สำหรับท่านใดที่อยากรับความเพลิดเพลิน แล้วก็ความลุ้นระทึกจากการได้แทงบอลออนไลน์กับเรา เราขอยืนยันว่าท่านจะไม่ได้รับความผิดหวังไปอย่างแน่นอนแต่จะได้รับความพึงพอใจจากเรากลับไป

12bet

12betเป็นเว็บไซต์แทงบอลออนไลน์ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กลับผู้คนคอกีฬามาแล้วหลายคน รวมถึงการเดิมพันคาสิโนออนไลน์ ด้วยความบันเทิงที่มีไว้ให้บริการกับสมาชิกจำนวนมาก เราจึงได้จัดเตรียมลิงค์ทางเข้าไว้ให้ได้ใช้งานกันอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งอัพเดตทางเข้าให้ได้ใช้งานกันทุกวัน ปัญหาของการเข้าไม่ได้ที่เรานั้นเกิดขึ้นน้อยมาก พร้อมทั้งมีโปรโมชั่นให้กับสมาชิกและมีโบนัสจำนวนมาก จึงเป็นการแสดงถึงความมั่นคงทางการเงิน หากเราไม่มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงก็คงไม่กล้ามอบความพิเศษให้กับสมาชิกได้แบบจัดเต็มแบบนี้แน่นอน ส่วนเรื่องของงานด้านการบริการเราเน้นในเรื่องของความสะดวก รวดเร็ว พร้อมช่วยแก้ปัญหาให้กับสมาชิกสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับใครที่เคยผ่านการเล่นมาแล้วก็อาจจะไม่เจอกับปัญหาเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นสมาชิกใหม่ย่อเกิดปัญหาหรือบางครั้งอาจจะเกิดความสับสนในบางครั้ง

12bet เปิดให้บริการการเดิมพันครบวงจรมากที่สุดในเว็บการพนัน

โดยที่ีเว็บไซต์ของเรา 12bet ที่เปิดให้การพนัน โดยมิได้ผ่านเอเย่นต์เพราะเหตุที่ว่า เป็นการพนันโดยตรง ก็เลยเชื่อมั่นถึงความปลอดภัยว่าจะไม่มีการปิดบริการเว็บไซต์หนีเมื่อท่านตกลงใจเลือกที่จะเข้าร่วมการพนัน และ เดิมพันออนไลน์ กับเรา ต้องสมัครเป็นสมาชิกกับเราซึ่งขั้นตอนการสมัครกับเรา 12bet ง่ายอย่างยิ่งเพียงใช้เวลาไม่นานคุณสามารถเข้าถึงการเดิมพันได้อย่างรวดเร็ว

เรามารู้จักความหมายของกฎหมายและ กฎหมายคืออะไร

ความหมายของกฎหมาย กฎหมายคือข้อบังคับของรัฐาธิปัตย์ ที่บัญญัติขึ้นเพื่อใช้ควบคุมพฤติกรรมของพลเมือง หากใครฝ่าฝืน จะถูกลงโทษ
รัฐาธิปัตย์ คือ ผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐ (ของประเทศไทยรัฐาธิปัตย์ แบ่งออกเป็น 3 ฝ่ายได้แก่ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ แต่ละฝ่ายก็จะมีอำนาจสูงสุด เฉพาะ
ด้านของตนเท่านั้น สรุปก็คือรัฐาธิปัตย์ของไทย ก็มีด้านบริหาร บัญญัติและตัดสิน นั่นเอง)
โทษ สำหรับโทษจะมีโทษทางอาญา กับโทษทางแพ่ง โทษทางอาญามี ๕ ขั้น(สถาน) ได้แก่ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ ริบทรัพย์สิน สำหรับโทษทางแพ่ง ก็คือการชดใช้
ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ซึ่งเรียกว่า “ค่าสินไหมทดแทน” ซึ่งมีหลายลักษณะจะได้กล่าวในลำดับต่อไป

1.ลักษณะสำคัญของกฎหมาย มีอย่างไรบ้าง

กฎหมาย มีลักษณะสำคัญ 4 ประการ ได้แ่ก่

  • ต้องเป็นคำสั่งหรือข้อบังคับของผู้มีอำนาจในรัฐ (รัฐาธิปัตย์) สำหรับประเทศไทย องค์กรที่ทำหน้าที่ออกกฎหมาย ได้แก่
    -รัฐสภา ถือเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรง ในการบัญญัติกฎหมายออกมาบังคับใช้ กฎหมายที่รงัฐสภาบัญญัติได้แก่ พระราชบัญญัติ
    -รัฐบาล หรือคณะรัฐมนตรี บางครั้งในยามบ้านเมืองมีความจำเป็นรีบด่วนในการแก้ไขปัญหาของประเทศให้ฉับไว ถ้าหากรอให้รัฐสภาบัญญัติเป็นพระราชบัญญัติ
    ก็จะไม่ทันการณ์ อาจนำความเสียหายมาสู่บ้านเมืองได้ กฎหมายสูงสุด(รัฐธรรมนูญ) จึงให้อำนาจฝ่ายบริหารหรือคณะรัฐบาลสามารถออกกฎหมายมาใช้บังคับ
    ในยามฉุกเฉิน เราเรียกกฎหมายนี้ว่า “พระราชกำหนด” ในขณะใช้บังคับพระราชกำหนดนั้น ๆ ให้รีบนำพระราชกำหนดนั้นเสนอรัฐสภา หากรัฐสภาเห็นชอบด้วย
    พระราชกำหนดนั้น ก็จะเป็นพระราชบัญญัติ ใช้บังคับได้ต่อไป แต่หากรัฐสภาไม่เห็นชอบด้วย พระราชกำหนดนั้น ๆ ก็เป็นอันตกไป คือให้เลิกใช้บังคับต่อไป
    นอกจากนี้ รัฐบาลยังสามารถออกกฎหมายในลำดับชั้นรอง ๆ ลงไป ได้โดยที่ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ กฎหมายชั้นรองดังกล่าวนั้นก็คือ
    พระราชกฤษฎีกา และกฎกระทรวง กฎหมายทั้งสองชนิดนี้ พระราชกฤษฎีกาจะมีฐานะหรือศักดิ์สูงกว่ากฎกระทรวง ทั้งนี้เพราะมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย
    ในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกา ส่วนกฎกระทรวง ผู้ลงนามประกาศใช้ คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
    สรุปว่า กฎหมายที่ออกโดยฝ่ายบริหารหรือรัฐบาล มี ๓ ชนิด คือพระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา และกฎกระทรวง
    -องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอำนาจในการออกกฎหมายมาใช้บังคับภายในเขตพื้นที่ของตน ทั้งนี้กฎหมายดังกล่าวจะต้องไม่ขัดแย้งกับกฎหมายแม่บทหรือ
    กฎหมายที่อยู่ในลำดับชั้นที่สูงกว่า กฎหมายส่วนท้องถิ่น มี ๕ ชนิดด้วยกัน ได้แก่
    เทศบัญญัติ เป็นกฎหมายที่ เทศบาลหนึ่ง ๆ ที่บัญญัติขึ้นมา เพื่อบังคับใช้กับประชาชนในพื้นที่เทศบาลของตนเอง
    ข้อบังคับตำบล เป็นกฎหมายที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนึ่ง ๆ บัญญัติขึ้นมาเพื่อบังคับใช้กับประชาชนในเขตพื้นที่ของตน
    ข้อบัญญัติจังหวัด เป็นกฎหมายที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดหนึ่ง ๆ บัญญัติขึ้นมา ใช้บังคับกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดนั้น ๆ
    ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เป็นกฎหมายที่กรุงเทพมหานคร บัญญัติขึ้นมา ใช้บังคับกับประชาชนในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร
    ข้อบัญญัติเมืองพัทยา เป็นกฎหมายที่เมืองพัทยา บัญญัติขึ้นมา ใช้บังคับกับประชาชนในพื้นที่่ของเมืองพัทยา อ. บาลละมุง จ. ชลบุรี
  • ต้องเป็นข้อบังคับ ใช้บังคับพลเมือง (บังคับสมาชิกของสังคมนั้น ๆ)
  • ต้องบังคับทั่วไป คือบังคับกับคนทุกคนที่อยู่ในราชอาณาจักร คำว่าราชอาณาจักร
  • ต้องมีโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม

2.ความสำคัญของกฎหมาย กฎหมายมีความสำคัญต่อสังคมอย่างไร

  • สร้างความสงบเรียบร้อยในสังคม
  • แก้ไขข้อขัดแย้ัง ในสังคม
    จากเหตุผลดังกล่าว กฎหมายจึงถือเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวสังคมให้อยู่รอด ดังคำกล่าวที่ว่า “มีสังคมที่ไหน มีกฎหมายที่นั่น”

3.ที่มาของกฎหมาย หรือมูลเหตุที่ทำให้เกิดกฎหมาย

การที่มนุษย์มารวมกลุ่มกันไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเล็กหรือใหญ่ก็ตาม ในสังคมกลุ่มนั้นๆ ย่อมจะต้องมีปัญหาขัดแย้งกันขึ้นในบางเรื่อง หรือหลายเรื่อง สังคมจึงต้องกำหนดกฎเกณฑ์เพื่อให้กลุ่มคนในสังคมยึดถือปฏิบัติในแนวเดียวกัน ถ้าบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มบุคคลใดในสังคมไม่ประพฤติปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสังคมนั้นๆ บุคคลนั้นย่อมจะถูกลงโทษตามกฎเกณฑ์ของสังคม กฎเกณฑ์ของสังคมจึงเป็นกฎหมายที่สังคมตั้งขึ้นเพื่อใช้บังคับกับบุคคลในสังคมแต่ละยุคแต่ละสมัย ซึ่งไม่เหมือนกันถ้าเราได้ศึกษาถึงประวัติความเป็นมาของกฎหมายก็จะพบมูลเหตุที่ทำให้เกิดกฎหมายหลายประการอาทิ เช่น

  • ผู้มีอำนาจสูงสุดของสังคมของรัฐหรือประเทศ
    เป็นผู้ออกกฎ คำสั่งหรือข้อบังคับขึ้นมาใช้กับประชาชนในสังคม หรือในรัฐของตน จนกลายเป็นกฎหมายขึ้นมา แม้บางครั้งบางสังคมผู้มีอำนาจสูงสุดของสังคมนั้น จะมิได้ออกกฎเกณฑ์หรือข้อบังคับขึ้นมาใช้โดยตรงก็ตาม แต่จากบทบาทอำนาจหน้าที่ของผู้นำทางสังคมที่มี่ส่วนผลักดันให้เกิดมีคำสั่งขึ้นมาใช้บังคับกับประชาชนในปกครอง อย่างนี้ก็ถือว่าผู้มีอำนาจสูงสุดของสังคมนั้นเป็นมูลเหตุที่ทำให้เกิดกฎหมายได้เช่นกัน
  • ขนบธรรมเนียมประเพณี
    ที่ยึดถือปฏิบัติกันมาควบคุมคู่กับสังคม ก็เป็นมูลเหตุที่ทำให้เกิดชนิดของกฎหมายที่เรียกว่า กฎหมายจารีตประเพณีขึ้น เพราะถ้าธรรมเนียมประเพณีใดที่สังคมส่วนใหญ่ยอมรับยึดถือปฏิบัติกันมา ถ้ามีผู้หนึ่งผู้ใดขัดขืน ไม่ประพฤติปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีจะถูกสังคมนั้นลงโทษในรูปแบบต่างๆ เช่น การฆ่า หรือทรมาน หรือกำจัดไปจากสังคมโดยการขับไล่ไสส่ง เป็นต้น
  • ความเชื่อในเทพเจ้า วิญญาณบรรพบุรุษ หรือคำสั่งสอนของศาสดาของศาสนาต่างๆ
    ก็เป็นมูลเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดมีกฎหมายขึ้นมา ดังจะเห็นได้จากการที่ผู้นำสังคมในสมัยโบราณหรือในสมัยประวัติศาสตร์มีการออกคำสั่งหรือกฎเกณฑ์ โดยอ้างว่าเป็นคำบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า การอ้างเอาสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนเลื่อมใสศรัทธามาใช้เป็นเครื่องมือ ก็ย่อมได้รับการเชื่อฟังและปฏิบัติตามจากประชาชนด้วยดี ดังจะเห็นได้ว่าในยุโรปสมัยกลาง สันตะปาปา หรือผู้นำของศาสนาจึงมักแอบอ้างว่าคำสั่งนั้นเป็นเทวบัญชา หรือคำบัญชาของพระเจ้าเสมอ
  • ความยุติธรรม หรือความเป็นธรรมทางสังคม
    เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดกฎหมายขึ้นมาเพราะทุกครั้งเมื่อสังคมวุ่นวาย คนในสังคมไม่รับความยุติธรรม ย่อมจะต้องมีการตัดสินคดีความต่างๆ และเพื่อให้เกิดความยุติธรรมยิ่งขึ้น ผู้มีอำนาจในการตัดสินที่มีใจเป็นธรรมย่อมจะต้องนึกถึงความยุติธรรมที่บุคคลในสังคมจะพึงได้รับก่อนเสมอ ซึ่งในเรื่องของความยุติธรรมนั้น ถ้าพบว่ากฎหมายในตอนใดเรื่องใดยังบกพร่อง ผู้มีอำนาจในการตัดสินความนั้นย่อมใช้ดุลยพินิจปรับให้ถูกต้องตามแบบแผนของกฎหมาย หรือกฎธรรมชาติให้มากที่สุด การปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้เกิดความยุติธรรมดังกล่าวนี้ย่อมเป็นมูลเหตุที่ทำให้เกิดกฎหมายใหม่ๆ ขึ้นมาใช้ในสังคมได้เสมอ
  • ความคิดเห็นของนักปราชญ์หรือนักวิชาการทางกฎหมาย
    เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดกฎหมายขึ้นมาได้เช่นกัน เพราะกฎหมายที่ออกมาแม้จะละเอียดถี่ถ้วนสักเพียงใดก็ตาม ก็ไม่อาจจะใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสถานที่ในทุกแห่งได้ ประกอบกับกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละยุคแต่ละสมัย และผู้มีอำนาจก็ยึดนโยบายและแนวปฏิบัติแตกต่างกันไป ทำให้กฎหมายมีช่องว่างจนเป็นเหตุให้นักวิชาการทางกฎหมายได้เขียนบทความชี้แนะช่องโหว่ หรือข้อบกพร่องของกฎหมายนั้น จนมีผลทำให้มีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์และกาลเวลาที่ได้เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าแนวความคิดเห็นต่างๆ ของนักวิชาการทางกฎหมายก็มีส่วนทำให้เกิดกฎหมายใหม่ที่ดีและเหมาะสมยิ่งขึ้น
  • คำพิพากษาของศาลในบางประเทศ
    เช่น อังกฤษ ถือว่าคำพิจารณาของศาลเป็นที่มาของกฎหมาย เพราะศาลอังกฤษใช้กฎหมายจารีตประเพณีเป็นหลักในการพิจารณาตัดสินคดี โดยถือเอาผลของการตัดสินใจที่แล้วมาในคดีชนิดเดียวกันเป็นหลักในการตัดสินใจ แม้จะต่างวาระต่างคู่กรณีกันก็ตาม โทษของคดีที่เกิดขึ้นภายหลังย่อมได้รับเท่ากันกับคดีที่เกิดขึ้นก่อน แม้ว่าต่อมาเมื่อตรากฎหมายขึ้นก็ได้ยึดเอาคำพิพากษาของศาลที่ได้พิจารณาไว้แล้วเป็นเป็นหลักกฎหมายสืบต่อมา

สำหรับประเทศไทย เยอรมัน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ ที่ใช้กฎหมายลายลักษณ์อักษร มิได้ยึดถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นที่มาของกฎหมาย แต่จะยึดเอาคำพิพากษาของศาลเป็นเพียงส่วนประกอบ หรือมูลเหตุที่ทำให้เกิดที่มาของกฎหมายเท่านั้น

ที่มาของกฎหมายพอสรุปได้ ดังนี้

  • มาจาก ผู้มีอำนาจสูงสุดของสังคมของรัฐหรือประเทศ
  • มาจากจารีตประเพณี
  • มาจากความเชื่อในเทพเจ้า วิญญาณบรรพบุรุษ หรือคำสั่งสอนของศาสดาของศาสนาต่างๆ
  • มาจากความยุติธรรม หรือความเป็นธรรมทางสังคม
  • มาจากความคิดเห็นของนักปราชญ์หรือนักวิชาการทางกฎหมาย
  • มาจากคำพิำพากษาของศาล

4.การจัดทำกฎหมาย

การจัดทำกฎหมาย หรือกระบวนการหรือขั้นตอนในการบัญญัติกฎหมาย โดยทั่วไปจะมี ๓ ขั้นตอน คือ

  • ขั้นตอนการเสนอร่างกฎหมาย นั่นคือก่อนที่จะมีกฎหมายตัวจริงออกมาบังคับใช้ จะต้องมีกฎหมายฉบับร่างหรือร่างกฎหมายเสียก่อน ซึ่งร่างกฎหมายก็มี
    การเรียกกันไปตามชนิดของกฎหมาย เช่นร่างรัฐธรรมนูญ ก็คือรัฐธรรมนูญฉบับร่าง ร่างพระราชบัญญัติ ก็คือพระราชบัญญัติฉบับร่าง คราวนี้องค์กรหรือบุคคลหรือ
    กลุ่มบุคคลใดบ้างเป็นผู้มีอำนาจในจัดทำและเสนอร่างกฎหมาย ก็ขึ้นอยู่กับอำนาจหน้าที่ ที่กฎหมายแม่บทกำหนดเอาำไว้ ยกตัวอย่างเช่นรัฐธรรมนูญกำหนดให้
    บุคคลผู้มีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญัติ คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี และประชาชนจำนวนห้าหมื่นคน เป็นต้น
  • ขั้นพิจารณาร่างกฎหมาย การพิจารณาร่างกฎหมาย โดยทั่วไปมีตามวาระหรือ ๓ ขั้นตอน ได้แก่
    – วาระรับหลักการ คือขั้นที่พิจารณาความเหมาะสมว่าเหมาะสมที่จะใช้บังคับกฎหมายนั้นหรือไม่ ถ้าองค์กรที่ทำหน้าที่พิจารณาร่างกฎหมายเห็นว่าเหมาะสม
    ก็ถือว่าร่างกฎหมายได้ผ่านการพิจารณาในวาระหรือขั้นตอนที่ ๑
    – วาระการยกร่างกฎหมายและการพิจารณารายละเอียดข้อกฎหมายเป็นรายมาตรา ขั้นตอนนี้ก็คือการนำร่างกฎหมายที่ผ่านวาระที่ ๑ แล้วมอบให้กับคณะบุคคล
    ที่มีความรู้ด้านนั้น ๆ ไปตกแต่งข้อความถ้อยคำ เรียกว่า การนำร่างกฎหมายไปยกร่าง หลังจากตกแต่งหรือยกร่างเสร็จ ก็ให้เสนอเพื่อให้องค์กรที่ทำหน้าที่
    พิจารณา ได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้พิจารณารายละเอียดไปทีละมาตราหรือทีละข้อ จนจบสิ้น อาจมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขถ้อยคำข้อความในที่ประชุมนี้
    ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อบังคับของกฎหมายแม่บทที่กำหนดไว้ว่า ใครมีสิทธิจะขออภิปรายขอแก้ไข อย่างไร
    – วาระสุดท้าย ก็คือการลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างกฎหมายทั้งฉบับ ถ้าสมาชิกสภาหรือคณะบุคคลที่ทำหน้าที่พิจารณาส่วนใหญ่เห็นชอบ ก็นำไป
    ประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป ถ้าหากส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบ ให้ถือว่าร่างกฎหมายนั้นตกไป จะนำไปใช้บังคับกับประชาชนไม่ได้
    ข้อสังเกต…องค์กรหรือคณะบุคคลที่ทำหน้าที่พิจารณาร่างกฎหมาย ก็คือสมาชิกสภานั้น ๆ เช่น องค์กรที่ทำหน้าที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ก็คือสมาชิกสภาผู้แทน
    ราษฎรนั่นเอง
  • วาระการประกาศใช้กฎหมาย เมื่อกฎหมายผ่านการลงมติเห็นชอบในวาระที่ ๓ แล้ว ก็ให้นำกฎหมายนั้นไปประกาศ กฎหมายโดยทั่วไปให้ประกาศลงในราชกิจจา
    นุเบกษา จึงจะมีผลบังคับใช้ได้ สำหรับกฎหมายระดับท้องถิ่นให้ติดประกาศไว้ ณ ที่ทำการของส่วนการปกครองท้องถิ่นนั้น ๆ จนเวลาผ่านพ้นตามที่กฎหมาย
    แม่บทกำหนด กฎหมายดังกล่าวก็จะมีผลบังคับใช้ ยกเว้นเฉพาะข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร จะต้องประกาศลงในกรุงเทพกิจจานุเบกษา และต้องประกาศลงใน
    ราชกิจจานุเบกษาด้วย จึงจะมีผลบังคับใช้ได้
    สำหรับความยากง่ายในการบัญญัติกฎหมายย่อมขึ้นอยู่กับชนิดและชั้นหรือศักดิ์แห่งกฎหมายที่จะบัญญัติ ถ้าเป็นการออกหรือบัญญัติกฎหมายรัฐธรรมนูญ ย่อมมีความ
    ยุ่งยาก และใช้เวลาในการดำเนินการนานกว่ากฎหมายอื่น ๆ ที่ีมีศักดิ์ต่ำกว่า ทั้งนี้เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายในลำดับชั้นสูงสุด ถือเป็นกฎหมายแม่บท หรือกฎหมาย
    หลักของกฎหมายอื่น ๆ สำหรับการออกกฎหมายในลำดับชั้นรอง ๆ ย่อมมีความยุ่งยากน้อยลงไปตามลำดับชั้นของกฎหมาย

ที่นี้พวกเราก็เข้าใจในเรื่องของกฎหมายกันแล้วใช้ไหมเพราะฉะนั้นเราจะรู้ว่าการกระทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายว่าทำลงไปแล้วมันไม่ดีก็อย่าไปทำเลยค่ะ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา : http://www.mh.ac.th

ความรู้เกี่ยวกับการสาธารณสุขพื้นฐาน จะเป็นอย่างไรบ้างไปดูกัน

การดูแลสุขภาพที่จำเป็นซึ่งจัดให้อย่างทั่งถึงสำหรับทุกคนทุกครอบครัวและในทุกชุมชน โดยการยอมรับและการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ของทุกคน ด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่เกินกำลังของชุมชนและประเทศจะรับได้ นอกจากนั้น การสาธารณสุขพื้นฐานยังต้องก่อให้เกิดการผสมผสานระหว่างระบบบริการสาธารณสุขของประเทศกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นธรรม โดยมีระบบบริการสาธารณสุขเป็นแกนกลาง
การสาธารณสุขพื้นฐาน เป็นกลวิธีทางสาธารณสุขที่เพิ่มขึ้นจากระบบบริการสาธารณสุข ซึ่งมีอยู่ในระดับตำบลและหมู่บ้าน ผสมผสานทางด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสภาพที่ดำเนินการโดยประชาชน โดยใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น ด้วยวิธีกการหรือเทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยมีผู้สื่อข่าวสาธารณสุข (ผสส.) และ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เป็นผู้ประสานงาน
ความสำคัญของการสาธารณสุขพื้นฐาน
ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของในงานสาธารณสุขที่จำเป็นเบื้องต้นหรือพื้นฐาน คืองานด้านการดูแลรักษาโรคหรือการเจ็บป่วยที่จำเป็น การรู้จักระวังและป้องกันโรคติดต่อที่สำคัญ ๆ และพบบ่อยในหมู่บ้าน การมีความรู้ทางด้านสาธารณสุข เช่น สุขาภิบาล อาหาร อนามัยแม่และเด็ก การวางแผนครอบครัว การฟื้นฟูสภาพผู้ป่วย เป็นต้น โดยความรู้เหล่านี้ไม่ใช่เพียงแต่รู้อยู่เฉพาะคนหนึ่งคนใด แต่จะต้องมีการแพร่กระจายความรู้ดังกล่าวรวมถึงการช่วยเหลือเกื้อกูลไปสู่เพื่อนบ้านและชุมชนด้วย ภาระกิจเหล่านี้ เป็นสิ่งที่รัฐบาลโดยระบบบริการของรัฐมีความปารถนาเป็นอย่างยิ่งที่จะให้บังเกิดขึ้นแก่ประชาชนทุกคน

องค์ประกอบของงานสาธารณสุขมูลฐาน

ประกอบด้วย การบริการแบบผสมผสาน ๔ ด้าน คือ การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การ รักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสภาพ ซึ่งงานทั้ง ๔ ด้านนี้ สามารถแยกออกเป็นงานที่ประชาชน จะมีส่วนร่วมในการดำเนินงานได้ดังต่อไปนี้ คือ
๑. การให้การศึกษาวิธีป้องกัน และการควบคุมปัญหาสุขภาพอนามัยที่มีอยู่
โดยการให้สุขศึกษาในเรื่องต่างๆ เช่น เรื่องที่หมู่บ้านได้เลือกจะดำเนินงานตามแผนสาธารณสุขหมู่บ้าน หรือเรื่องที่เป็นปัญหาของท้องถิ่น และดำเนินงานตามกิจกรรมที่กำหนด เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพอนามัยให้แก่ประชาชนในหมู่บ้าน หรือในชุมชน
๒. การสนับสนุนการจัดหาอาหาร และโภชนาการ
มุ่งเน้นที่กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า ๕ ปี และหญิงมีครรภ์ โดย ผสส. และ อสม. ทำหน้าที่กระตุ้นเตือนให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาโภชนา-การที่เกิดขึ้น เช่น โรคขาดสารอาหารในเด็กอายุ ต่ำกว่า ๕ ปี หรือเด็กแรกเกิดมีน้ำหนักตัวน้อย เป็นต้น โดยร่วมมือกับชุมชนในการเฝ้าระวัง ทางโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า ๕ ปี ให้ความรู้โภชนศึกษาแก่มารดา และประชาชน ตลอดจน ส่งเสริมการผลิตอาหารที่มีคุณค่าในหมู่บ้าน
๓. การจัดหาน้ำสะอาดให้พอเพียง และการสุขาภิบาลขั้นพื้นฐาน
สนับสนุนให้ประชาชนมีบทบาทในการพัฒนาการสุขาภิบาลได้ด้วยตนเอง โดย ผสส. และ อสม. ชี้แจงให้ประชาชนทราบถึงความสำคัญ ของการจัดหาน้ำสะอาดไว้ดื่ม การสร้างส้วม การกำจัดขยะมูลฝอย การจัดบ้านเรือนให้สะอาด และรวบรวมข้อมูลในหมู่บ้าน พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายที่จะดำเนินการ เพื่อพัฒนาการสุขาภิบาลในหมู่บ้าน
๔. การดูแลอนามัยแม่และเด็ก และการวางแผนครอบครัว
ผสส. และ อสม. ชี้แจงให้ประชาชนทราบถึงความสำคัญ ความจำเป็นของการดูแลก่อนคลอด (การฝากครรภ์) การคลอด และการดูแลหลังคลอด พร้อมทั้งนัดหมายเจ้าหน้าที่ ในการออกไปตรวจครรภ์ก่อนคลอด นัดหมายมารดา มารับบริการ และความรู้ในการปฏิบัติตัวที่ถูกสุขลักษณะ ตลอดจนเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็ก
๕. การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
เพื่อต่อต้านโรคติดต่อที่สำคัญ
เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคติดต่อ ที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน แก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กอายุต่ำกว่า ๕ ปี อย่างทั่วถึงนั้น ผสส. และ อสม. ซึ่งเป็นแกนกลางจะชี้แจงให้ประชาชน ทราบถึงความสำคัญของการได้รับวัคซีน และนัดหมายเจ้าหน้าที่ ออกไปให้บริการแก่ประชาชนตามจุดนัดพบต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นที่บ้าน หรือที่ประชุมหมู่บ้านก็ได้
๖. การป้องกัน และควบคุมโรคระบาดในท้องถิ่น
ผสส. และ อสม. ชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า ในหมู่บ้านมีโรคอะไรบ้างที่เป็นปัญหา เช่น โรคอุจจาระร่วง โรคพยาธิ โรคไข้เลือดออก ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการป้องกัน และรักษา รวมทั้งการร่วมมือกันในการดำเนินการควบคุม และป้องกัน มิให้เกิดโรคระบาดขึ้นได้
๗. การรักษาพยาบาลที่เหมาะสมสำหรับโรค และการบาดเจ็บที่พบบ่อย
อสม.ให้การรักษาพยาบาลที่จำเป็นเบื้องต้นแก่ชาวบ้าน และชี้แจงให้ประชาชนทราบถึงความสามารถของ อสม. ในการรักษาพยาบาล ชี้แจงให้ทราบถึงสถานบริการของรัฐ ผสส.และ อสม. ร่วมกับประชาชนในหมู่บ้านช่วยกันจัดหาเวชภัณฑ์สำหรับหมู่บ้าน และส่งต่อผู้ป่วย ถ้าเกินความสามารถของ อสม.
๘. การจัดหายาที่จำเป็นไว้ใช้ในหมู่บ้าน
โดยดำเนินการจัดตั้งกองทุนยาและเวชภัณฑ์ประจำหมู่บ้าน และดำเนินการให้ประชาชน สามารถซื้อยาได้จาก อสม. หรือจากกองทุนยาและเวชภัณฑ์ประจำหมู่บ้าน ได้สะดวกรวดเร็ว และในราคาถูก
๙. การทันตกรรมสาธารณสุข
ผสส. และ อสม. ชี้แจง และให้ความรู้ แก่ประชาชนเรื่องการดูแลฟัน โดยเฉพาะในเด็ก จะต้องมีการรักษาสุขภาพของช่องปากและฟัน ผสส. และ อสม. นัดหมายให้ประชาชนรับบริการ เมื่อมีหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่เข้ามาในชุมชน
๑๐. การสุขภาพจิต
ผสส.และอสม. ชี้แจงให้ประชาชนทราบ ถึงการส่งเสริมสุขภาพจิต การค้นหาผู้ป่วยในระดับชุมชน เพื่อจะได้รับการแนะนำที่ถูกต้อง งานนี้จะได้ผล ต่อเมื่อผสมผสานกับงานบริการอื่น รวมทั้งการร่วมมือของชุมชน
แต่อย่างไรก็ดี องค์ประกอบต่างๆ ดังได้กล่าวมาแล้วนั้น ครอบคลุมปัญหาของชุมชนในชนบท ซึ่งปัญหาดังกล่าวคงจะมีอยู่อีกนาน จนกว่าประชาชนทั้งหมดจะรับรู้ เข้าใจ และให้ความร่วมมือ ปฏิบัติตามหลักการของบริการสาธารณสุขมูลฐานเท่านั้น ข้อมูลที่เรานำมานั้นเป็นแค่ส่วนเพียงเท่าท่านสามารถต่อได้ตามลิ้งด้านล่างเลยจ้า

 

 

ขอบคุณแหล่งที่มา : http://www.thaihealth.or.th/

เคล็ดไม่ลับค้นหาตัวเองก่อนเข้าคณะที่น้องๆอยากจะเรียน

เคยมีคนบอกว่าการที่ได้เรียน มหาวิทยาลัย คณะที่ใช่สำหรับตัวเอง คือพื้นฐานแห่งความสุขของตน เพราะถ้าเรามีความสุขที่อยากจะหาความรู้ในการเรียน ผลการเรียนก็ออกมาดี มีงานในในฝันที่ดีๆ เรียกได้ว่า เป็นไปได้ยากมากๆ แต่จะทำยังไงให้ความฝันเราเป็นจริง วันนี้  เราจะดูไปพร้อมๆกันไปดูกันเลยจ้า

1. โตขึ้นอยากทำงานอะไร

โดยปกติแล้ววิธีที่น้องๆ ทำอยู่คือ คิดก่อนว่าจะเรียนอะไรดี แล้วค่อยคิดต่อว่าจบออกมาแล้วจะทำงานอะไร ซึ่งหลายคนคิดไม่ออกเพราะวิธีคิดแบบนี้ สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าเราเหมาะจะเรียนคณะไหน แต่ถ้าเปลี่ยนวิธีโดยให้คิดข้ามไปอนาคตเลยว่าอยากทำงานอะไร เช่น หากอยู่ ม.6 ก็นึกข้ามไปเลยว่าอีก 5 ปีข้างหน้าอยากเป็นอะไร เป็นการมองที่จุดหมายปลายทางเลย การมองถึงอาชีพในอนาคตจะช่วยสโคปแนวทางการเรียนให้ชัดเจนขึ้น น้องๆ ก็จะหาต่อได้ว่าถ้าอยากทำงานนั้นจะต้องเรียนคณะใด เช่น
โตขึ้นอยากเป็นครู ก็ต้องเรียนคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ หรือเรียนคณะที่สามารถไปต่อยอดเป็นครูได้
โตขึ้นอยากเป็นแพทย์ ก็ต้องเรียนคณะแพทย์
โตขึ้นอยากเป็นวิศวกร ต้องเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์
อย่างไรก็ตามมีบางอาชีพที่เรียนได้หลายสาขา เพราะไม่ได้เป็นวิชาชีพเฉพาะทาง เช่น อยากเป็นแอร์โฮสเตส น้องๆ สามารถเรียนตรงสายอย่างการจัดการการบินก็ได้ นอกจากนี้สายมนุษยศาสตร์ อักษรศาสตร์ ศิลปศาสตร์ นิเทศศาสตร์ ฯลฯ ก็เป็นแอร์โฮสเตสได้ หากมีคุณสมบัติถึง เช่น ทักษะด้านภาษา บุคลิกภาพ เป็นต้น

เพราะฉะนั้นถ้าน้องๆคนไหนยังคิดไม่ตกว่าอยากเรียนอะไร ลองนึกดูว่าอยากทำงานอะไร วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีคิดที่รวบรัดและค่อนข้างได้ผลมาก หากมีอาชีพที่ชอบหลายอาชีพ จดมาหลายๆ อาชีพก็ได้ค่ะ แล้วค่อยมาวิเคราะห์ต่อด้วยตัวแปรอื่นๆ ข้อต่อไป สุดท้ายจะได้แนวทางที่เหมาะกับเราที่สุดเอง

2. วิชาที่ชอบบอกคณะได้

อีกหนึ่งเทคนิคที่พลาดไม่ได้เลย คือ หาวิชาที่เราชอบ ซึ่งวิชาใน ม.ปลาย อาจจะเยอะ ดังนั้นให้น้องเตรียมกระดาษมาจดเลยค่ะ แบ่งครึ่งหน้ากระดาษคือ วิชาที่ชอบ กับวิชาที่ไม่ชอบ
วิชาที่ชอบ คือ วิชาที่น้องๆ เรียนแล้วสนุก รู้สึกอินทุกครั้งที่เรียน ไม่อยากขาดเรียนเลยซักคาบ ส่วนวิชาที่ไม่ชอบ ก็คือวิชาที่ยิ่งเรียนยิ่งเหนื่อย ยิ่งอยู่ด้วยยิ่งเครียด

การแยกวิชาที่ชอบและไม่ชอบทำให้น้องๆ เห็นอนาคตของตัวเองมากขึ้นว่าควรเน้นไปทางแนวไหน เพราะแต่ละคณะมีวิชาเรียนที่แตกต่างกัน เช่น ชอบเลข ก็เหมาะคณะบัญชี บริหาร เศรษฐศาสตร์หรือคณะอื่นๆ ที่มีการคำนวณ บางคนชอบภาษาอังกฤษ เกลียดเลข ก็อาจเน้นไปเรียนด้านภาษาไปเลย ซึ่งในมหาวิทยาลัยก็ไม่มีเรียนเลขด้วย หรือบางคนชอบสังคมฯ กับภาษา ก็เหมาะจะเรียนพวกสายมนุษยศาสตร์ สังคมสงเคราะห์ รัฐศาสตร์ จบไปเป็นทูต นักสังคมฯ นักข่าว เป็นต้น

3. หาความชอบและสิ่งที่ถนัด

ไม่ว่าทำอะไรก็ตาม หากได้ทำสิ่งที่ชอบและถนัดจะทำให้ทำสิ่งนั้นได้ดีเสมอ ว่างๆ ลองนั่งอยู่กับตัวเองซักวันนึง หากิจกรรมที่ชอบและสิ่งที่เราถนัด และถ้าให้ดีหาเผื่อไปถึงความสามารถพิเศษเลยก็ได้ จดไว้ให้เยอะที่สุด เช่น ชอบวาดภาพ ชอบร้องเพลง ชอบทำอาหาร ชอบเล่นเว็บบอร์ด ฯลฯ ความชอบและความสามารถพิเศษเหล่านี้สามารถต่อยอดไปทั้งการเรียนและการทำงานได้นะคะ บางอย่างที่คนอื่นมองว่าไร้สาระ แต่อาจช่วยให้คนๆ นั้นได้เรียนในสิ่งที่เค้าชอบและมีความสุข แถมยังได้ทำงานที่ตัวเองรักอีกด้วย พี่มิ้นท์ยกตัวอย่างให้ดู 2 ตัวอย่างนะคะ
คนแรก ชอบวาดรูปตั้งแต่เด็ก ซึ่งเด็กๆ ฝีมือวาดก็ไก่กามาก แต่ยิ่งโตเขาก็ยิ่งพัฒนาตัวเอง ฝึกวาดรูปบ่อยๆ สุดท้ายความชอบในการวาดรูปก็ทำให้ได้เรียนในคณะศิลปกรรม และจบมาก็ยังเป็นจิตรกรวาดภาพสร้างรายได้อีกมากมาย

คนที่สอง ชอบเล่นเกมมาก เด็กๆ ติดเกมงอมแงม เรียน ม.ปลายมาก็ยังติดเกมไม่เลิก หากเป็นคนอื่นก็คงคิดว่าเกมเป็นแค่เรื่องบันเทิง เล่นแล้วก็จบไป แต่สำหรับคนนี้ความคิดแตกต่างจากคนอื่นคือ การใช้ความชอบเป็นแรงผลักดัน จากคนที่ชอบเล่นเกมก็มีแรงบันดาลใจอยากเป็นคนสร้างเกมบ้าง สุดท้ายก็เดินหน้าเลือกเรียนในคณะที่เปิดสอนเรื่องการออกแบบเกม เป็นต้น
ฉะนั้นเอาจุดเด่นในเรื่องความชอบและความถนัดของเราออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ค่ะ เรียนรุ่งแน่นอน

4. เลิกตามเพื่อน

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นการ “ค้นหาตัวเอง” ถ้ามัวแต่ตามเพื่อน น้องๆ จะไม่มีวันเจอสิ่งที่ตัวเองต้องการแน่นอน เข้าใจว่าช่วงวัยรุ่นติดเพื่อน อยากเข้ามหาวิทยาลัยพร้อมเพื่อน แต่ถ้าคณะที่เพื่อนเรียนเราไม่ได้อยากเรียนเลยสักนิด ผลเสียจะตกที่เราเต็มๆ นะคะ อย่างแรกคือเสียการเรียนเพราะอาจเรียนไม่ไหว อย่างที่สองคือเสียใจ หากพบว่าเรียนไม่ไหวแล้วต้องสอบเข้าปี 1 ใหม่อีกรอบ ดังนั้นอยากค้นหาตัวเองให้เจอเร็วๆ ต้องเข้าใจก่อนว่าเรียนจบไปทุกคนต้องเรียนต่อในสิ่งที่ตัวเองต้องการ หากคิดแบบนี้ได้น้องๆ จะเริ่มค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบได้ โดยไม่ต้องตามเพื่อนอีกต่อไป

ส่วนใครที่กลัวว่าไม่มีเพื่อนตอนเรียนมหาวิทยาลัย เลิกคิดไปได้เลย การเรียนในมหาวิทยาลัยเป็นสังคมที่ใหญ่มากๆ คนมาจากทั่วทุกสารทิศ ทุกคนต่างใหม่เหมือนกันหมด เป็นโอกาสดีที่เราจะได้รู้จักกันไว้ ดีไม่ดีได้เพื่อนเยอะกว่าตอนเรียนมัธยมอีกค่ะ และถึงจะเรียนกันคนละที่ เพื่อนเก่าก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม สิ่งสำคัญคือต้องหาเพื่อนที่รู้ใจสัคคน คำนี้ใช้ได้จริง “คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล”